การได้รับพักโทษออกจากเรือนจำของทักษิณ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพรรคเพื่อไทย
เชื่อกันว่านอกจากเติมพลังให้พรรค ยังดึงความมั่นใจของ สส. แกนนำพรรคและเครือข่ายทางการเมืองที่กระจัดกระจาย ให้กลับมารวมศูนย์อีกครั้ง
ทักษิณ มีจุดแข็งเรื่องยุทธศาสตร์การเมือง เข้าใจเกมอำนาจ เข้าใจอารมณ์ความต้องการของคนฐานราก การเคลื่อนไหวพบปะบุคคลต่างๆ ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง บวกความสามารถในการกำหนดวาระทางการเมือง
ย่อมช่วยให้เพื่อไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมได้ตลอดเวลา
แต่ด้านที่ต้องระมัดระวังก็มีไม่น้อย อย่างแรกคือ ภาพสั่งการครอบงำอาจย้อนกลับมาเป็นประเด็นหัวข้อโจมตีพรรค
แม้แกนนำพรรคจะอธิบายว่า ทักษิณเป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษา แต่หากเผลอล้ำเส้นมากเกินไป อาจทำให้ภาพรัฐมนตรีของพรรค หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ดูอ่อนยวบลงทันที ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
อีกประเด็นคือ ความรู้สึกของคนรุ่นใหม่บางส่วนที่มองทักษิณ เป็นนักการเมืองรุ่นเก่า และเชื่อว่าประเทศไม่ควรผูกติดกับตระกูลการเมืองใดแบบเดิมๆ
ดังนั้น ถ้าเพื่อไทยพึ่งพาบารมีทักษิณมากเกิน ภายภาคหน้าอาจเสี่ยงเสียพื้นที่การเมืองให้พรรคส้มได้
สำหรับ “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกวางตัวเป็นผู้นำในอนาคต การกลับมาของทักษิณรอบนี้ ย่อมส่งผลบวก และผลกดดันในเวลาเดียวกัน
ด้านบวก คือ การ “เปิดทาง” ให้คนรุ่นใหม่สายตระกูลชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์ ที่เก่งกาจมีความรู้ความสามารถ ให้ได้รับการยอมรับจากเครือข่ายฐานเสียงง่ายขึ้น
แต่อีกมุม อาจทำให้ อ.เชน ถูกจับจ้องมากขึ้นเช่นกันว่า จะเติบโตจากความรู้ ความสามารถ ความเก่งของตัวเอง หรือเพราะเป็น “หลานทักษิณ”
หากไม่สามารถสร้างผลงาน หรือภาพลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยตัวเอง ก็อาจถูกเปรียบเทียบกับ “นอมินี” รุ่นก่อนๆ
ดังนั้นการกลับมาของทักษิณ จึงอาจช่วยกอบกู้เพื่อไทยได้ในระยะสั้น
แต่โจทย์ใหญ่ระยะถัดไปคือ เพื่อไทยจะเปลี่ยนผ่านจาก “พรรคของทักษิณ”
ไปสู่ “พรรคของคนรุ่นใหม่” ได้จริงหรือไม่
มันฯ มือเสือ