พรรคเพื่อไทยยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ต่อรัฐสภา วันที่ 4 มิ.ย. เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สาระสำคัญคือการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือส.ส.ร. 100 คนและกำหนดกรอบหลักบางประการที่ผู้ยกร่างต้องยึดถือ

ที่น่าสนใจไม่ใช่แค่เนื้อหาร่าง แต่คือการได้รับการลงชื่อสนับสนุนจาก สส.ถึง 189 คน ทั้งจากพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ ประชาชาติและไทรวมพลัง

สำหรับเนื้อหาของร่างได้ออกแบบกลไก สร้างสมดุลระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนกับการรักษาหลักการสำคัญของรัฐ

โดยกำหนดให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากกระบวนการเลือกตั้ง และมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมทำหน้าที่

จัดให้มีคณะกรรมาธิการยกร่าง และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นประชาชน เพื่อให้กระบวนการจัดทำเปิดกว้างและรับฟังเสียงจากสังคมมากขึ้น

ยังวางกรอบชัดเจนว่า ประเทศไทยยังคงเป็นรัฐเดี่ยวที่แบ่งแยกมิได้ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คงหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม การตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะไม่กระทบต่อหลักการพื้นฐานของประเทศ

แน่นอนว่าเส้นทางการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย ยังมีรายละเอียดหลายประเด็นที่แต่ละฝ่ายเห็นต่างกัน ทั้งที่มาส.ส.ร. อำนาจรัฐสภาในการปรับแก้ รวมถึงขั้นตอนในกระบวนการประชามติ

แต่การที่ทุกฝ่ายยอมเปิดพื้นที่พูดคุย นำเรื่องเข้าสู่เวทีรัฐสภา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าการปล่อยให้ความขัดแย้งทางความคิดกลายเป็นทางตัน

การที่พรรครัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมลงชื่อสนับสนุนจึงเป็นนิมิตหมายที่ดี แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังแสวงหาจุดร่วมในวาระสำคัญของประเทศได้โดยไม่แบ่งฝ่าย

เมื่อทุกฝ่ายยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงมีโอกาสเดินไปสู่ความสำเร็จได้มากกว่าที่ผ่านมา

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน