โครงการ TH-AI Passport เป็นประเด็นการเมืองสำคัญ หลังฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการจัดทำโครงการ
ขณะที่รัฐบาลยืนยันหนักแน่นว่าเป็นนโยบายจำเป็นต่อการยกระดับศักยภาพประเทศในยุคปัญญาประดิษฐ์
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาปกป้องโครงการอย่างชัดเจน ย้ำว่าประเทศไทยไม่อาจปล่อยให้ประชาชนตกขบวนเทคโนโลยี AI เพราะโลกกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงองค์ความรู้และเครื่องมือด้าน AI จึงจำเป็นสำหรับการแข่งขันในอนาคต
พร้อมยืนยันการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและขั้นตอนราชการ และยังไม่เห็นเหตุผลที่จะชะลอหรือยกเลิกโครงการเพียงเพราะมีข้อครหาทางการเมือง หากกระบวนการยังไม่พบความผิดปกติจากหน่วยงานตรวจสอบ
กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามไม่ได้อยู่ที่แนวคิดเรื่อง AI แต่อยู่ที่กระบวนการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไขทีโออาร์ ความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง และความเป็นไปได้ของผลประโยชน์ทับซ้อน
พรรคประชาชนประกาศเดินหน้ายื่นเรื่องนี้ต่อป.ป.ช. โดยมุ่งเป้าไปที่ความรับผิดชอบของฝ่ายการเมืองมากกว่าภาคเอกชน พร้อมระบุชัดผู้ที่ควรออกมาชี้แจงและรับผิดชอบคือนายไชยชนก ชิดชอบ ในฐานะเจ้ากระทรวงผู้ผลักดันนโยบาย
ประเด็นนี้จึงเริ่มขยับออกจากเรื่องนโยบายไปสู่คำถามเรื่องความโปร่งใส เพราะต่อให้โครงการมีเป้าหมายที่ดี แต่ถ้าสังคมมีข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสในการประมูลจัดซื้อจัดจ้างก็ย่อมหลีกเลี่ยงการตรวจสอบไม่ได้
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ หากเรื่องนี้ไปถึงมือป.ป.ช.จริง ก็เป็นอีกคดีที่น่าจับตาอย่างยิ่ง
เพราะบทสรุปจะไม่แค่ชี้ชะตาโครงการ TH-AI Passport แต่ยังจะเป็นบรรทัดฐานความรับผิดชอบทางการเมืองในอนาคตด้วย
รวมถึงคำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้ก็คือ กรณี TH-AI Passport ของนายไชยชนก ชิดชอบ ผลลัพธ์จะลงเอยในทิศทางเดียวกับคดีหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ด้วยหรือไม่
คงต้องให้ป.ป.ช.เป็นผู้ให้คำตอบสุดท้าย
มันฯ มือเสือ