จั่วหัว ขึ้นเรื่องว่าแมนออฟเดอะแมตช์ อาจคิดว่าเป็นเรื่องฟุตบอลโลกที่กำลังโม่แข้งอยู่ที่ทวีปอเมริกา
แต่แท้จริงแล้ว ก็คือสถานการณ์การเมืองไทยวันนี้นี่แหละ
รัฐบาลที่อยู่มาไม่ถึง 2 เดือนกลับมีสารพัดเรื่องราวมะรุมมะตุ้ม ไล่ตั้งแต่เงินกู้ 4 แสนล้าน ไทยช่วยไทยพลัส ลงทะเบียนบัตรคนจน ค่าไฟแพง เขากระโดง โยกย้ายที่ภูเก็ต หรือกระทั่งฮั้วสว.
จนไม่รู้จริงๆ ว่าจะโฟกัสไปที่ไหน
อย่างไรก็ตามเรื่องที่ร้อนแรงจริงๆ ที่จะยกมาพูดถึงก็คือเรื่อง TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้าน ที่ฝ่ายค้านตั้งคำถาม โดยพุ่งเป้าไปที่เรื่องของทีโออาร์ที่ระบุเงื่อนไขเรื่องสื่อประชาสัมพันธ์นอกบ้าน จอโฆษณาและร้านสะดวกซื้อ
แถมรายละเอียดโครงการดันไปตรงกับ National Credit Bank ของกระทรวง อว.เหมือนก๊อบวาง
ซึ่งเหล่านี้ล้วนน่าข้องใจว่าเป็นการล็อกสเป๊กให้เอกชนที่สนิทสนมคุ้นเคยได้งานแบบง่ายดายหรือไม่
แย่ไปกว่านั้นยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงขั้นว่าเป็นการถอนทุนหลังเลือกตั้ง
ซึ่งก็ต้องย้ำว่าเป็นแค่ข้อกล่าวหา!!
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ยอมเป็นตำบลกระสุนตก ออกมาชี้แจงทุกประเด็นเช่นกัน นำโดยหัวหมู่ทะลวงฟัน อย่างพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม
เดินหน้าชนพร้อมชี้แจงทุกเวที ล่าสุดก็ชี้แจงกมธ.กฎหมายและกมธ.ติดตามงบฯ แบบไลฟ์สดกัน 3-4 ชั่วโมง
ย้ำชัดๆ ว่าเป็นโครงการที่ชอบแล้วตามขั้นตอนของกฎหมาย ถูกต้องทุกประการ
ส่วนทีโออาร์เรื่องสื่อโฆษณาร้านสะดวกซื้อ ก็เป็นเพียงแค่ข้อเสนอ ใครยื่นประมูล มีคุณสมบัตินี้ก็ได้ ไม่มีก็ได้
แต่สุดท้ายก็เจอคำถามเด็ดว่าจะบอกว่าไม่กำหนดเป็นเงื่อนไข เป็นแค่ข้อเสนอได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องสื่อโฆษณาไปอยู่ในส่วนของ “ขอบเขตการดำเนินการ” ด้วย
เท่ากับว่าเป็นตัวกำหนดให้ต้องทำในเงื่อนไขดังกล่าว และถ้าไม่ทำจะตรวจรับงานกันอีท่าไหน
ยังไม่รวมเรื่องสัญญา ที่ระบุว่ามีการแยกทำสัญญา แยกกันรับเงิน อันอาจจะผิดเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง
อย่างไรก็ตามทั้งหมดก็เป็นแค่ข้อสงสัย ซึ่งเรื่องก็คงไปถึงสตง.และป.ป.ช.ต่อในอนาคต
ส่วนหากผิดพลาดใครจะต้องรับผิดชอบ ท่านไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ก็บอกไว้แล้วว่าฝ่ายการเมืองให้นโยบาย และแทรกแซงจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้
เท่ากับว่าเป็นความรับผิดชอบของข้าราชการประจำโดยตรง
ข้าราชการประจำที่มีท่านปลัดพชร เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ นั่นเอง!!
รุก กลางกระดาน