วันที่ 24 มิถุนายน เวียนมาถึง 94 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะราษฎร ทำการอภิวัฒน์สยาม เมื่อ 24 มิ.ย.2475

เปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศ จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย

แม้จะรับรู้กันกว้างๆ ว่าหลังจากนั้นประเทศเปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ระหว่างทางก็ผ่านการปกครองด้วยรัฐบาลเผด็จการ โดยคณะรัฐประหาร

ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศ ที่มีรัฐประหารมากสุดในโลก รวม 13 ครั้ง ล่าสุด 22 พ.ค.2557

เรียกได้ว่า 94 ปีที่ผ่านมา ล้มลุกคลุกคลาน จนกลายเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่พูดกันติดปากทุกวันนี้

เมื่อย้อนคิดถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร 2475 เพื่อเป็นแนวทางในการปกครองและพัฒนาประเทศ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง

หลักเอกราช หลักความปลอดภัย หลักเศรษฐกิจ หลักเสมอภาค หลักเสรีภาพ หลักการศึกษา

ก็พบว่าในหลายๆ อย่าง ยังห่างไกล ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บางอย่างถึงขั้นละเลย และละเมิดด้วยซ้ำ

มีประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แล้วถูกรัฐก่ออาชญากรรมเสียชีวิต วันนี้ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้กระทำไม่เคยต้องถูกลงโทษชดใช้

มีประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนหนุ่มสาว หลายรายยังคงถูกจองจำในคุก

เพียงเพราะออกมาเรียกร้องความเท่าเทียม แสดงความเห็นต่อหลักเสมอภาค หลักเสรีภาพ

รวมถึงอีกหลายกรณี จนกลายเป็นอุปสรรค และปัญหาในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ

สุดท้ายส่งผลต่อความเดือดร้อน ความฝืดเคืองของประชาชน ดังที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน

โดยเฉพาะการแก้ไข หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนฉบับเก่าที่เขียนโดยคณะรัฐประหาร 2557 ที่ไม่เอื้อต่อพัฒนาการประชาธิปไตย และประชาชน

แม้การลงประชามติที่ผ่านมา ประชาชน 21.6 ล้านเสียง ราว 60 เปอร์เซ็นต์ เห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญ

แต่ด้วยคณะรัฐประหาร จัดวางอุปสรรคเต็มไปหมด ทำให้การแก้ไขเป็นไปได้ยากมาก

สุดท้ายตราบใดที่รัฐธรรมนูญ กรอบกติกาในการปกครองและพัฒนาประเทศ ยังเป็นอยู่อย่างนี้

การขับเคลื่อนในด้านต่างๆ ก็จะติดขัด เป็นอุปสรรค

นานวันเข้าประชาชนมีแต่จะเล็กลง

ขณะที่รัฐราชการ เครือข่ายอำนาจ นักการเมืองแต่งตั้ง องค์กรอิสระ มีแต่จะเติบใหญ่แข็งแกร่ง

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน