คดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เดินมาถึงจุดสำคัญอีกครั้ง หลังศาลนราธิวาสนัดไต่สวนสืบพยานล่วงหน้า เพื่อรักษาหลักฐานสำคัญก่อนคดีจะเข้าสู่ขั้นตอนการสั่งฟ้องของอัยการ

สาระสำคัญการไต่สวนไม่ได้อยู่ที่การสอบปากคำผู้ต้องหา 7 รายอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเก็บรักษาและตรวจสอบข้อมูลการสื่อสารทางโทรศัพท์ที่อาจเป็นกุญแจไขปริศนา

ใครคือผู้บงการตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้

ฝ่ายผู้เสียหายใช้สิทธิตามกฎหมายร้องขอสืบพยานล่วงหน้า ให้เหตุผลว่าข้อมูลโทรศัพท์มือถือมีอายุการเก็บรักษาจำกัด หากปล่อยเวลาผ่านไปนาน อาจทำให้พยานหลักฐานสำคัญสูญหายได้

ศาลจึงมีคำสั่งเรียกข้อมูลจากผู้ให้บริการโทรศัพท์รายใหญ่ทั้ง 3 ค่าย ก่อนที่เอกสารนับพันหน้าจะถูกส่งมาเก็บรักษาไว้ในความดูแลของศาลอย่างเป็นทางการ

ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมองว่า การรักษาพยานหลักฐานตั้งแต่ก่อนอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี เป็นกรณีตัวอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยในกระบวนการยุติธรรมไทย

เหตุผลที่ข้อมูลโทรศัพท์มีความสำคัญ เพราะคดีลอบสังหารหรือจ้างวานฆ่า มักไม่ทิ้งร่องรอยเป็นเอกสารหรือคำสั่งโดยตรง ผู้บงการมักอยู่ห่างจากผู้ลงมือและใช้การติดต่อสื่อสารเป็นตัวเชื่อมโยง

อีกทั้งผู้ต้องหาทั้ง 7 คนล้วนเป็นคนที่ สส.กมลศักดิ์ไม่เคยรู้จักมาก่อน ประกอบกับมีการตรวจยึดรถและอาวุธที่ใช้ก่อเหตุซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการ การตรวจสอบเส้นทางและช่วงเวลาการโทร.ติดต่อระหว่างกัน

จึงอาจช่วยเปิดภาพความสัมพันธ์ของผู้บงการและทีมลงมือได้

ดังนั้น สิ่งที่สังคมคาดหวังในคดีนี้คือ การทำความจริงให้ปรากฏ ถ้าหากมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังก็ต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

คดีนี้ไม่ใช่แค่คดีเฉพาะตัว สส.กมลศักดิ์ แต่เป็นคดีที่จะบ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและความเชื่อมั่นของประชาชน

หากปล่อยให้ สส.ถูกลอบสังหารแล้วไม่สามารถสาวไปถึงผู้บงการตัวจริงได้

ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมย่อมสั่นคลอน เป็นความเสียหายร้ายแรงกว่าตัวคดีเสียอีก

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด