การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯปี 70 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค. ถูกจับตาเป็นหนึ่งในศึกสภาที่ร้อนแรง
นอกจากตัวเลขงบประมาณ 3.788 ล้านล้าน ยังเป็นเวทีวัดประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการใช้เงินภาษีประชาชนของรัฐบาล
ประเด็นแรกที่ฝ่ายค้านเตรียมเปิดเกม คือภาพรวมงบประมาณที่ยังขาดดุลและต้องกู้เงินเกือบ 8 แสนล้าน
ขณะที่งบกลางพุ่งขึ้นเป็นกว่า 6.9 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
รัฐบาลอ้างว่าเพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน แต่ฝ่ายค้านตั้งคำถามว่าการกันงบไว้จำนวนมหาศาล จำเป็นแค่ไหน มีกลไกตรวจสอบการใช้จ่ายที่เข้มงวดหรือไม่
อีกด้านที่ถูกล็อกเป้า คือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมซึ่งได้งบเพิ่มขึ้นถึง 30%
โดยเฉพาะโครงการ TH-AI Passport ที่ฝ่ายค้านเตรียมตรวจสอบทั้งความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความเสี่ยงของการใช้งบด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นในหลายหน่วยงาน
จนถูกครหาเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ หรือกำลังเข้าสู่ยุค “ละลายงบกับ AI” กันแน่
ฝ่ายค้านยังตั้งประเด็นเชื่อมโยงการจัดสรรงบกับความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐ
โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยจากข้อกล่าวหา “โกงสอบท้องถิ่น” ซึ่งแม้จะเป็นคนละประเด็นกับร่างงบประมาณโดยตรง แต่ย่อมถูกหยิบมาใช้ตั้งคำถามถึงธรรมาภิบาลของหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ
และอาจลุกลามไปสู่คำถามถึงความรับผิดชอบทางการเมืองของผู้บริหารกระทรวง
พรรคประชาชนจัดทีม สส.กว่า 30 คนแบ่งหน้าที่อภิปรายรายกระทรวง ยืนยันมีข้อมูลและหลักฐานรองรับทุกประเด็น
โดยชูสองหลักใหญ่คือ “ความคุ้มค่า” และ “ความโปร่งใส”
การอภิปรายงบฯ รอบนี้ จึงไม่ใช่แค่การลงมติรับหรือไม่รับร่างกฎหมายการเงินของรัฐบาล
แต่ยังเป็นบททดสอบเสถียรภาพรัฐบาล ความสามารถของฝ่ายค้านและความเชื่อมั่นของสังคมต่อการบริหารเงินแผ่นดินว่า
เงินภาษีทุกบาทถูกใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริงหรือไม่
เวทีอภิปรายครั้งนี้จะดุเดือด พลิกเกมการเมืองและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลได้มากแค่ไหน น่าจับตาอย่างยิ่ง
มันฯ มือเสือ