ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชนะถล่มทลาย ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนกรุงเทคะแนนให้ 1.44 ล้านเสียง ยึดเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.สมัยสอง
ไม่ใช่แค่ชนะแบเบอร์ หรือนอนมา แต่ยังทำลายสถิติ 1.38 ล้านเสียง เมื่อ 4 ปีที่แล้ว
แน่นอนย่อมสะท้อนถึงคะแนนนิยมที่เพิ่มขึ้น
ตลอดจนความเชื่อมั่น ความไว้วางใจของคนกรุงที่มีต่อผู้ว่าฯ ชัชชาติ
แต่ในอีกด้านก็เป็นไปได้หรือไม่ ที่บรรดาผู้สมัครคู่แข่ง ดูแล้วยังไม่มีใครทัดเทียมเท่า
เชื่อว่าคนกรุงผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนไปแล้ว คงมีคำตอบต่อเรื่องนี้
กล่าวสำหรับคู่แข่งขัน ที่น่าสนใจอันดับ 2 มัลลิกา มหาสุข ผู้สมัครอิสระ กวาดไป 2.88 แสนคะแนนเสียง
แซงหน้า ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ได้ 1.76 แสนคะแนนเสียง
ที่น่าฉุกคิดคือในช่วงเปิดตัวท้าชิง ดร.โจ เป็นที่จับตามอง เนื่องจากเป็นผู้สมัครจากพรรคใหญ่ ชนะเลือกตั้งสส.กทม.ทั้ง 33 เขต
แต่พอถึงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นพิเศษผลเลือกตั้งกลับเป็นอีกแบบ
หรืออาจจะเป็นเพราะกรณีที่พรรคประชาชนเปิดตัวอดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์คนหนึ่ง เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ด้วยหรือไม่ จึงทำให้คะแนนหล่นวูบ
เนื่องจากอดีตผู้บริหารมหาวิทยาลัยคนดังกล่าว ถูกฝ่ายประชาธิปไตยมองอย่างเคลือบแคลงสงสัย เป็นที่วิพากษ์ไปทั่ว
เรื่องนี้คงต้องไปขบคิดกันต่อไป โดยเฉพาะฝั่งพรรคประชาชน
แต่พรรคประชาชนก็พอดูดีหน่อยผลเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จาก 50 ที่นั่ง ได้ไป 22 ที่นั่ง มากที่สุด
เพิ่มจากครั้งก่อน สมัยยังเป็นพรรคก้าวไกล 14 ที่นั่ง
ตามด้วย กลุ่มคนทำงาน 11 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 8 ที่นั่ง ที่เหลือกระจัดกระจายกันไป
สำหรับชัชชาติผู้ชนะ ตลอด 4 ปีมีผลงานที่เป็นรูปธรรมไม่น้อย เช่น แก้ปัญหาหนี้บีทีเอส ปรับปรุงทางเท้า เพิ่มต้นไม้ สวนสาธารณะ การแจ้งเหตุและปัญหาผ่านทราฟฟี่ ฟองดูว์ เป็นต้น
แต่ก็ยังมีเรื่องที่คนกรุงกังวล โดยเฉพาะการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น
เรื่องนี้ทีมที่ปรึกษาของชัชชาติก็ยอมรับ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตรียมแก้ไขภายใน 100 วัน บนเก้าอี้ผู้ว่าฯ สมัยสอง
หวังว่าผู้ว่าฯ ชัชชาติ จะตระหนักเพื่อยกระดับการปราบปรามคอร์รัปชั่นในกทม.
ข้าวตอกแตก