กระแสข่าวขัดแย้งระหว่าง “2 น.” เป็นประเด็นที่คอการเมืองจับตา
หลังนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งข้อสังเกตในกระทรวงมหาดไทยอาจกำลังมีรอยร้าวระหว่างขั้ว “หนู-เน” ที่เกิดจากบรรดาลูกน้องและคนใกล้ชิดทำงานข้ามเส้นข้ามสาย จนกลายเป็นชนวนไม่ลงรอย
นายวิโรจน์ตั้งสมมติฐานจากข่าวลือและหลายพฤติกรรมที่ถูกพูดถึงในวงการเมือง พร้อมยกตัวอย่าง “ลุงป้อม-ลุงตู่” ที่ความขัดแย้งของคนรอบตัวลุกลามเป็นปัญหาระดับผู้นำ ซึ่งในทางการเมืองมีโอกาสเกิดขึ้นได้
เพราะเมื่อภายในพรรคมีทั้งผู้มากบารมีทางการเมือง ผู้มีอำนาจบริหารประเทศและเครือข่ายของใครของมัน ความเห็นที่แตกต่างย่อมเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ถึงอย่างนั้นความเห็นต่าง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงขัดแย้งกันเสมอไป
อาศัยเหตุผลนี้ ทั้งนายไชยชนก ชิดชอบ นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ต่างปฏิเสธยืนยันตรงกัน ว่าข่าวดังกล่าวไม่ใช่ความจริง การเมืองเห็นต่างกันได้แต่ไม่ใช่แตกหัก
ในฐานะแกนนำพรรคคำชี้แจงดังกล่าวเป็นความพยายามสยบข่าวลือ และรักษาภาพความเป็นหนึ่งเดียวของพรรค เพราะหากปล่อยให้สังคมเชื่อว่าข่าวลือคือข่าวจริง ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นและส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยมีให้เห็นหลายครั้งว่าข่าวลือบางเรื่องก็จบลงแค่ข่าวลือ แต่บางเรื่องก็กลายเป็นจริงในเวลาต่อมา
แต่จะเป็นแบบไหน ฟันธงตอนนี้ถือว่าเร็วไป
ความขัดแย้งระหว่าง “2 น.” ยังไม่มีข้อยืนยันชัดเจน ทุกอย่างยังอยู่ในระดับกระแสข่าวและการตั้งข้อสังเกต
ดังนั้น สิ่งต้องจับตาจากนี้คือการทำงานของรัฐบาลภูมิใจไทย หากยังเดินหน้าปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องโยกย้ายบิ๊กขรก. ไม่มีสัญญาณการแบ่งฝ่าย ปล่อยข่าวโจมตีกันเอง ข่าวลือก็จะเป็นแค่คลื่นกระทบฝั่ง
แต่ถ้าเริ่มมีความเคลื่อนไหวก่อแรงกระเพื่อมจากคนใกล้ชิดของสองฝ่ายมากขึ้น ข่าวลือก็จะไม่ใช่ไร้มูลเสียทีเดียว
สุดท้ายแล้วคงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ข่าว “2 น.” ซดเกาเหลา
คือเรื่องจริง หรือแค่ภาพการเมืองที่ฝ่ายตรงข้ามตีความคิดเยอะไปเอง
มันฯ มือเสือ