นับเป็นประเด็นปัญหาที่หนักหนาเป็นอย่างยิ่งจริงๆ สำหรับกรณีการทุจริตโกงสอบท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย

เพราะด้วยรูปแบบการทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นขบวนการ มีนายหน้ารับเป็นธุระจัดหา มีการแก้ข้อสอบอย่างมโหฬาร เรียกว่าเป็นมืออาชีพ ที่คนธรรมดาไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเด็ดขาด

ไม่ใช่แค่ข้าราชการตัวเล็กๆ ไม่กี่คน แต่ต้องมีแบ๊กอัพระดับบิ๊กเบิ้ม ถึงกล้าทำกันแบบนี้ได้

ซึ่งทั้งหมดส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการไทย การคัดสรรคนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อต้องจ่ายเงินเป็นใบผ่านทาง ก็ยากที่จะไม่ถอนทุนเอาคืน

จึงเป็นจุดวัดใจของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ถือเป็นแม่งานของเรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ

แต่การแสดงออกที่ผ่านมา ก็ต่ำกว่าที่สังคมคาดหวัง

แน่นอนว่าท่านนายกฯ ออกอาการหงุดหงิดไม่พอใจ ใช้คำรุนแรงถึงขั้นโจมตีด้วยว่าเป็นพวกขายชาติ

การใช้ถ้อยคำประมาณว่ารู้อยู่แล้วว่าจะมีเรื่องแบบนี้ ถึงไม่ให้จัดสอบ หรือแม้แต่ว่าคนทำคงคิดว่านายกฯ จะไม่กลับมาอีกครั้ง

ล้วนเป็นการแสดงออกแบบนามธรรม ใช้อารมณ์ เหมือนกับคนดู คนที่วิพากษ์วิจารณ์การเมือง ตามสภากาแฟทั่วไป

จนทำให้คิดไปว่าท่านนายกฯ ลืมไปหรือไม่ว่าตัวเองเป็นผู้เล่นคนสำคัญ เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าตามโครงสร้างการบริหารแผ่นดิน ก็คงไม่มีใครใหญ่กว่านายกฯ แล้ว

การออกมาพูดเช่นนี้ แต่ไม่มีการกระทำใด ย่อมทำให้คนคลางแคลงในอำนาจหน้าที่ และภาวะความเป็นผู้นำ จนคนสงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมือง ว่านี่คือการลอยตัวอยู่เหนือปัญหาหรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้น ยังตอกย้ำคำถามที่ว่า หรือตัวนายอนุทิน เอง ไม่ใช่คนที่มีอำนาจเต็มในการบริหารแผ่นดิน แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น ใครกันแน่ที่เป็นตัวจริง

จึงน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการกระทำที่เด่นชัดไปกว่าคำพูดที่ผ่านมา

ต้องชำแหละขบวนการเหล่านี้ จัดการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ใช่หาแพะแค่ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย

หากทำได้ คนก็จะหันกลับมาเชื่อมั่น คะแนนนิยมก็จะพุ่งสูง ไม่มีใครกล้าพูดว่าเป็นนายกฯ หุ่นเชิดอีกต่อไป

แต่หากทำไม่ได้ หรือไม่ทำ ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ก็คงจะคาดเดาได้ไม่ยาก

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน