ใกล้เข้ามา ไม่สิ้นเดือนส.ค. ก็ต้นเดือนก.ย.นี้ ตามกรอบระยะเวลาที่กกต.เคยบอกไว้จะได้ข้อสรุปคดีฮั้วสว. เพื่อส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง หรือไม่
ได้ลุ้นระทึกกันแน่ โดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องในคดี หลักๆ ก็คือ ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน แบ่งเป็นสว.ในปัจจุบัน 138 คน และอีก 91 คน เป็นบิ๊กเนมการเมือง และเครือข่ายพรรคพวก
อีกฝ่ายเป็น กลุ่มสว.สำรอง และอดีตผู้สมัคร พยานในคดี
ขณะเดียวกัน ฝ่ายการเมืองเอง โดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ที่โดดลงมาแจมเรื่องนี้ด้วยแล้ว ก็ตามลุ้นเช่นกัน
พร้อมๆ ไปกับไล่บี้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ต่อคดีอื้อฉาวทางการเมืองครั้งมโหฬารนี้
อีกฝ่ายที่จะละเลยไม่ได้ คือภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักประชาธิปไตย
ตลอดจนประชาชนทั่วไป ต่างก็เฝ้าจับตามองไม่ลดละ
เนื่องจากผลจากการฮั้ว เพื่อให้ได้มาซึ่งสว.กลุ่มใหญ่ตามที่บางกลุ่มต้องการนั้น ย่อมกระทบต่อสิทธิ และพัฒนาการทางประชาธิปไตย
เด่นชัดสุดก็องค์กรอิสระทั้งหลาย ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา
ที่ผ่านมาวุฒิสภา และสว. 138 คนที่ถูกกล่าวหา ก็เห็นชอบบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหลายรายแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน 7 เสือกกต. วันนี้ถูก 138 สว. เลือกเข้าไปแล้ว 4 คน มีเสียงเกินครึ่งเข้าไปแล้วจาก 7 คน
แล้ว 4 คนนี้ จะต้องมาชี้ขาด 138 สว. กับอีก 91 บิ๊กเนมการเมือง และเครือข่าย จะส่งคดีไปศาลฎีกาหรือไม่
คนส่วนใหญ่ดูแล้ว ก็พอจะนึกภาพออก จึงไม่เชื่อมั่นเอาเสียเลย
หรือกรณีการแก้ไข และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ยังเป็นปัญหาคาราคาซังถึงทุกวันนี้ ก็ต้องใช้เสียงสว. 1 ใน 3 เห็นชอบด้วย
ล้วนเห็นๆ กันอยู่ ยากถึงยากมากที่สุด ใครจะยอมตัดทิ้งอำนาจตัวเอง
ดังนั้น ยิ่งใกล้เดดไลน์เข้ามาเมื่อไหร่ การไล่บี้ การตรวจสอบคดีฮั้วสว. จึงยิ่งลุ้นระทึก
วันก่อนภาคประชาสังคมที่เกาะติดเรื่องนี้ เป๋า-ยิ่งชีพ ผอ.ไอลอว์ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน จัดกิจกรรมเปิดข้อมูล กางหลักฐานอีก แฉกลไกโกง เปิดสายสัมพันธ์เครือข่ายฮั้วสว.
ระบุถึงนักการเมืองแต่ละตัวละคร ความสัมพันธ์บ้านใหญ่การเมือง และพรรคการเมืองใหญ่
มีชื่อและรายละเอียดแต่คนละคน สำหรับใครที่สนใจ และเกาะติดเรื่องนี้ ลองไปสืบค้นหาอ่านกันได้ ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์
สุดท้ายยังย้ำ กกต.ต้องส่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ฟ้องศาลสถานเดียว
ฉะนั้น การพิจารณาในขั้นสุดท้ายของ 7 เสือกกต. จะต้องมีเหตุผลอธิบายได้ ยึดตามพยานหลักฐาน
ถ้าทำตัวเป็นศาลตัดสินเสียเอง ระวังคดีฮั้วสว.จะทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อกกต.ครั้งใหญ่
ที่สำคัญ กกต.เองจะแบกรับสถานการณ์นี้ไหวหรือ
ข้าวตอกแตก