มหากาพย์ฮั้วสว.เข้มข้นขึ้นอีก หลัง “ไอติม” กับ “ไอลอว์” เปิดข้อมูลพิกัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือของกลุ่มสว.ที่ถูกกล่าวหา

โดยระบุพบสัญญาณมือถือของสว.อย่างน้อย 40 คน ปรากฏอยู่ร่วมกันที่โรงแรมดังกลางกรุงในวันที่ 21 ก.ค.2567

ข้อมูลนี้ถูกนำมาเชื่อมต่อเข้ากับเรื่องการจัดตั้ง รวมกลุ่มและโพยสั่งการกระบวนการเลือกสว.

แน่นอน ลำพังข้อมูล “พิกัดมือถือ” ไม่ใช่หลักฐานตัดสินว่าใครผิดหรือถูกได้ทันที แต่ก็ไม่ควรถูกมองผ่านโดยเฉพาะจากกกต.

เพราะในโลกการสืบสวน ข้อมูลพิกัดสัญญาณและบันทึกการใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นเครื่องมือสำคัญในการแกะรอยเครือข่ายอาชญากรรม

ไม่ว่าคดีฆาตกรรม คดีค้ายาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ทุจริตรับสินบน ไปจนถึงก่อการร้าย วินาศกรรม คาร์บอมบ์ ฯลฯ

จริงอยู่ที่โทรศัพท์บอกไม่ได้ว่าเจ้าของเครื่องทำอะไร แต่ก็ช่วยบอกได้ว่าเจ้าของเครื่องอยู่ที่ไหน ติดต่อกับใครและเคลื่อนที่อย่างไร

เมื่อประกอบเข้ากับพยานหลักฐานอื่นๆ ย่อมทำให้เห็นภาพสัมพันธ์โยงใยของกลุ่มบุคคล วัน เวลาและสถานที่ได้

คำถามนี้ย้อนกลับมาที่กกต. ข้อมูลพิกัดโทรศัพท์มือถือของ 40 สว.ที่ฝ่ายค้านนำมาเปิดเผยนั้นเป็นข้อมูลจริงหรือไม่?

กกต.ไม่เพียงไม่ตอบ แต่กลับให้น้ำหนักไปที่ประเด็นการเอาผิดผู้ที่นำข้อมูลในสำนวนออกมาเผยแพร่

หากมองอีกด้านหนึ่งนั่นเท่ากับยอมรับกลายๆ ว่าข้อมูลต้องสงสัยเกี่ยวพันกับการฮั้วสว.ที่ฝ่ายค้านนำมาเปิดเผยนั้น

เป็นข้อมูลที่มีอยู่ในสำนวนจริง!

ตรงนี้สังคมต้องแยกให้ออกว่า คนนำหลักฐานมาเปิดเผยผิดหรือไม่ เป็นเรื่องหนึ่ง

แต่หลักฐานที่เปิดเผยจริงหรือไม่ มีน้ำหนักต่อคดีเพียงใดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่าเอามาปนกัน

ถ้าข้อมูลไม่จริง กกต.ก็ควรชี้แจงให้ชัดว่าไม่จริงอย่างไร

อะไรคือแรงดึงดูดให้สว.จำนวน 40 คนไปรวมตัวที่โรงแรมเดียวกัน ในวันเวลาเดียวกัน?

ถ้าจริงก็ต้องอธิบายต่อว่ามีความเชื่อมโยงกับพฤติการณ์ฮั้วสว.หรือไม่

ฝ่ายค้านย้ำมาตลอดว่ากกต.ไม่มีหน้าที่ตัดสินแทนศาล แค่พิจารณาว่ามี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าทุจริต” ก็ต้องส่งเรื่องไปศาล

ดังนั้น ปมใหญ่จึงไม่ใช่ใครเปิดข้อมูล แต่คือกกต.กล้าตอบตามความจริงหรือไม่

วันที่ 14 ก.ย.จึงไม่ใช่แค่วันลงมติชี้ชะตาคดีฮั้วสว. แต่เป็นวันชี้วัดด้วยว่าหลักฐานที่สังคมกำลังจับตาจะถูกตรวจสอบจนถึงขั้นสุด

หรือ กกต.จะปล่อยทิ้งให้เป็นอีกปมคาใจของสังคมต่อไป!?

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน