กรณีจับกุมอดีตเจ้าคุณ เกจิดังที่อยุธยา กับสีกาสาวคนสนิท รายล่าสุด ไม่ใช่แค่คณะสงฆ์ หรือกลุ่มญาติโยม บุคคลที่เกี่ยวข้องแวดล้อมกับพระและวัดเท่านั้น

แต่ตกตะลึงไปทั่วสังคม โดยเฉพาะภาพคลิปพระ-สีกา และโต๊ะกลมในกุฏิ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวใหญ่โต

ขณะนี้ทั้งคู่ถูกส่งไปควบคุมตัวในเรือนจำ ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการยักยอกเงินวัด และฟอกเงิน

พร้อมทั้งถูกอายัดทรัพย์ ที่คาดว่าได้มาจากทุจริต ยักยอกของวัดไปเป็นของส่วนตัว

นอกจากนี้ ตำรวจยังไล่ขยายผล โดยเฉพาะเส้นทางการเงินของวัด ผู้ต้องหา และบรรดาผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ อีกด้วย

เนื่องจากเชื่อว่า ไม่แค่ 2 ผู้ต้องหา อดีตพระกับสีกาเท่านั้น แต่น่าจะมีบุคคลอื่นร่วมด้วย

ขณะเดียวกัน นอกจากการไล่สืบสวนของตำรวจ และปปง. ในเรื่องเส้นทางการเงินแล้ว

ยังมีกรรมาธิการ สภาผู้แทนฯ นัดประชุมเพื่อตรวจสอบ ช่วยเร่งติดตามการทำคดีของเจ้าหน้าที่อีกทางหนึ่ง

รวมถึงการตั้งกระทู้ถามในสภา เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ในส่วนนี้ รัฐบาล โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่กำกับควบคุมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุถึงสิ่งที่จะทำในเบื้องต้น

โดยจะทำฐานข้อมูลกลาง เพื่อทำข้อมูลพระ ช่วยมหาเถรสมาคมตรวจสอบ เนื่องจากฐานข้อมูลพระปัจจุบัน ยังไม่เป็นอิเล็กทรอนิกส์

ล่าสุดมีพระ 2 แสนรูป ทำทะเบียนไปแล้ว 1.8 แสนรูป หรือ 89 % สามารถตรวจสอบประวัติได้ คาดว่าจะทำให้แล้วเสร็จภายในปี 2569

ต่อจากนั้นจะทำทะเบียนวัด ปัจจุบันวัดในประเทศมีทั้งหมด 4.4 หมื่นวัด โดยฐานข้อมูลจะเกี่ยวข้องกับศาสนสมบัติของวัด และศาสนสมบัติกลาง

ต้องทำระบบจัดการทรัพย์สินของวัด ระบบศาสนสมบัติกลาง ระบบบริหารจัดการนิตยภัต ระบบกฎหมายและมติมหาเถรสมาคม เพื่อทำให้เป็นรูปแบบดิจิทัลและออนไลน์ทั้งหมด

ต้องติดตามกันต่อไป จะเป็นรูปธรรมเห็นผลมากน้อยแค่ไหน

แต่ก็มีอีกมุมหนึ่งจาก อาจารย์สุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา

โดยชี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ควรมองเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลของพระบางรูป แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากความล้มเหลวของโครงสร้างการปกครองสงฆ์ และวัฒนธรรมการทำบุญที่คลาดเคลื่อนไปจากแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

“วิกฤตนี้เดินทางมาถึงจุดที่ไม่สามารถแก้ไข ด้วยการขอร้องเรื่องจริยธรรม หรือการลงโทษพระสงฆ์เป็นรายบุคคลอีกต่อไป การถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ซ้ำซาก

คือผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่ ด้วยการแยกศาสนาออกจากรัฐ ยกเลิกระบบยศศักดิ์ สร้างระบบการบริหารจัดการการเงินที่โปร่งใส เพื่อคืนพระพุทธศาสนาให้เป็นเรื่องของการขัดเกลาจิตใจ และการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง” อาจารย์สุรพศกล่าว

นับเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจยิ่ง และตรงไปตรงมา

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน