เมื่อประชาชนเกือบ 3 ล้านครัวเรือน ในกว่า 30 จังหวัด ต้องเผชิญน้ำท่วม และมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 24 ราย
รัฐบาลย่อมหนีคำถามเรื่องความรับผิดชอบไม่พ้น
แม้ต้นเหตุจะมาจากน้ำฝน น้ำเหนือ น้ำหนุน และปัจจัยธรรมชาติหลายด้านก็ตาม
โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลอนุทินในเวลานี้ ไม่ใช่การอธิบายซ้ำๆ ว่า น้ำท่วมเกิดจากอะไร
แต่ต้องตอบให้ได้ว่า แล้วรัฐบาลกำลังทำอะไร และประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือเมื่อไหร่?
สิ่งแรก รัฐบาลต้องมีศูนย์บัญชาการที่ชัดเจน ใครเป็นคนตัดสินใจ ใครรับผิดชอบพื้นที่ไหน และหน่วยงานใดมีอำนาจสั่งการ
ต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเห็นภาพการทำงานแบบสาละวน ต่างคนต่างทำ
โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีทั้งรัฐบาลกลาง กทม. กรมชลประทาน ปภ. และหน่วยงานด้านความมั่นคงเกี่ยวข้องกัน
รัฐบาลได้มอบหมาย รมว.กลาโหมกำกับและประสานการแก้ปัญหาในกรุงเทพฯ ในนามนายกรัฐมนตรีแล้ว
จากนี้จึงต้องทำให้เห็นว่า “เจ้าภาพ” มีอำนาจจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งในคำสั่ง
เรื่องที่สอง ข้อมูลต้องเป็นหนึ่งเดียวและทันเวลา ระดับน้ำจุดเสี่ยง เส้นทางที่ผ่านได้ไม่ได้ จุดอพยพ และเวลาที่คาดว่าน้ำจะเพิ่มหรือลด ต้องสื่อสารตรงกันทุกหน่วยงาน
ในภาวะวิกฤต ข้อมูลที่สับสนไม่ตรงกันก็ทำลายความเชื่อมั่นได้!
เรื่องที่สาม เงินเยียวยาต้องถึงมือประชาชนรวดเร็ว ทันต่อความเดือดร้อน และตรวจสอบได้
ครม.อนุมัติงบกลางกว่า 4,000 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย
แต่ตัวเลขเงินเยียวยาจะไม่มีความหมาย หากประชาชนยังต้องลอยคอ รอคอยขั้นตอนราชการเป็นเวลานาน
ดังนั้น รัฐบาลต้องกำหนดกรอบเวลาให้ชัดว่า สำรวจเมื่อไหร่ จ่ายเมื่อไหร่ และจะติดตามเรื่องได้ช่องทางไหนอย่างไร
สุดท้ายสำคัญ คือ รัฐบาลต้องยอมรับข้อผิดพลาด หากพบการสั่งการซ้ำซ้อน แจ้งเตือนล่าช้า หรือการประสานงานที่บกพร่อง
ไม่ควรโยนความผิดให้ธรรมชาติ หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
แต่ต้องยอมรับ ตรวจสอบและแก้ไขให้เห็นเป็นรูปธรรม
รัฐบาลยังได้เดินหน้าโครงการระยะยาว เช่น ระบบคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงินกว่า 1.6 แสนล้านบาท
แต่โครงการระยะยาวไม่อาจทดแทนคำตอบของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนสาหัสวันนี้ได้
บทเรียนครั้งนี้ การที่รัฐบาลจะกอบกู้ความเชื่อมั่น ไม่ได้มาด้วยภาพเดินลุยน้ำ แจกเงิน แจกสิ่งของเพียงแค่นั้น
แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นชัดว่า เมื่อเกิดวิกฤต มีคนรับผิดชอบ มีระบบสั่งการ มีข้อมูลที่เชื่อถือได้
และการช่วยเหลือเยียวยาที่รวดเร็ว ถึงมือประชาชนจริง
หากรัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาประชาชนกลับคืนสู่สภาพชีวิตปกติโดยเร็วเท่าไหร่
เมื่อนั้นถึงจะมีโอกาสกู้วิกฤตความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้
มันมือเสือ