ยังอยู่ในความน่าเป็นห่วง สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ที่แม้ กทม.และปริมณฑล จะลดระดับลงบ้าง แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง
คำถามเรื่องการระบายน้ำจึงขยายตัวไปถึงการบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาผู้เสียหาย การฟื้นฟูเมือง-ที่อยู่อาศัย หลังจากน้ำท่วม โดยเฉพาะการจัดเก็บขยะ ที่ถูกตั้งคำถามมาก
ซึ่งเรื่องนี้ท้องถิ่น อย่าง กทม.หรือเทศบาลต่างๆ ก็ต้องเข้ามาดูแล ส่วนอะไรที่เกินขีดความสามารถ ทำไม่ได้ หรือไม่มีฝีมือใดๆ ก็คงต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล หากเราเชื่อมั่นว่ารัฐบาลยังสามารถทำได้
อย่างไรก็ตาม แม้หลายพื้นที่น้ำจะลด แต่อีกหลายพื้นที่ก็ยังเดือดร้อน จมมิด แถมนานเข้าสภาพน้ำก็ใกล้เน่า ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนก็ลำบากยากแค้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
และท่ามกลางความทุกข์เหล่านี้ แอ๊กชั่นของรัฐบาล ที่ได้รับความสนใจจากประชาชน แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ฟื้นฟูพื้นที่อย่างไร มีแผนจัดการน้ำอย่างไร
กลับกลายเป็นดราม่าที่สั่งย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง
ซึ่งไม่ใช่แค่การโยกย้ายข้าราชการธรรมดา เพราะนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังต้องพูดถึง ยอมรับว่าเป็นคำขอจากผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี โดยรายงานว่าไม่กระตือรือร้น ไม่ทุ่มเท
ย้ำชัดว่าเป็นที่น่าอับอายของระบบราชการ ที่มีคนเช่นนี้อยู่!!
แต่แทนที่ประชาชนทั่วไปจะสาธุ เห็นดีเห็นชอบ กลับเกิดกระแสตีกลับ เมื่อมีคลิปการลงพื้นที่ของนายอำเภอ เยี่ยมเยียนประชาชน
แถมยังมีการเปิดเผยว่า ผู้ว่าฯ ที่เสนอย้ายนั้นคือ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน
อดีตผู้ว่าฯ ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ แถมลงนามในวันสุดท้ายที่ทำงานด้วย
แถมเคยมีปัญหาเรื่องการตั้งที่ปรึกษาชาวจีน จนถูกตั้งคำถาม และต้องยกเลิกคำสั่งเอาพวงมาลัยไปขอขมานายอนุทินที่เป็น รมว.มหาดไทย มาแล้ว
รวมทั้งการตั้งข้อสังเกต เรื่องการกวาดล้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ทะลักเข้าไทย โดยใช้พื้นที่ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทราเป็นแหล่งกลบฝัง
เมื่อเรื่องแดงออกมา ก็มีผู้เสียผลประโยชน์ จนกลายเป็นการเอาคืนอย่างที่เห็น
แน่นอนว่าฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องดาหน้าออกมาชี้แจง ยืนยันว่านายอำเภอบ้านสร้างนั้นทำแต่คอนเทนต์ มีแต่สร้างภาพ แต่ไม่บริหารงาน ไม่ได้ทำหน้าที่นายอำเภอ แต่อยากเป็นดาราหน้ากล้อง
เรื่องเหล่านี้ก็คงต้องรอพิสูจน์กันต่อไป แต่ที่แน่ๆ เมื่อมีข้อมูล 2 แหล่งขัดกัน ย่อมพอจะสรุปได้ว่าย่อมต้องมีคนโกหกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แน่นอนว่าอำนาจในการโยกย้าย ก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ในกรณีนี้ก็คืออธิบดีกรมการปกครอง ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของปลัดกระทรวงมหาดไทย ของรัฐมนตรี และของนายกรัฐมนตรี
อำนาจนั้นมีอยู่จริง ทำได้จริง แต่ใช้แล้วสังคมจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
จะเป็นอำนาจที่ยิ่งใช้ ยิ่งมีพลัง หรือยิ่งใช้ยิ่งกัดกินตัวเองไปเรื่อยๆ
อนาคตจะเป็นผู้ตอบคำถามเอง!!
รุก กลางกระดาน