การที่ “ทักษิณ” มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอรับนิรโทษกรรมเพื่อล้างมลทินตามพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2568
เป็นอีกประเด็นการเมืองที่สังคมให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับคดีความในอดีต และแนวทางคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน
การยื่นคำร้องถือเป็นสิทธิของทักษิณ ที่จะขอให้หน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาว่า คดีของตนเข้าข่ายได้รับประโยชน์ตามกฎหมายหรือไม่
ส่วนผลจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ทักษิณให้เหตุผลว่า คดีที่เกี่ยวข้องมีที่มาจากความขัดแย้งทางการเมืองหลังการรัฐประหาร 2549 และต้องการให้พิจารณาครอบคลุมทุกคดี
โดยระบุ ปัจจุบันตนเองอายุมากแล้ว ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ และวางมือจากการเมือง
อย่างไรก็ตาม เหตุผลดังกล่าวจะมีน้ำหนักแค่ไหน ก็ต้องแยกพิจารณาระหว่างความต้องการส่วนตัว กับเงื่อนไขทางกฎหมาย
กระบวนการชี้ขาด จึงอยู่ที่การกลั่นกรองคำร้องของคณะอนุกรรมการ ซึ่งจะตรวจสอบว่าคดีแต่ละส่วนมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง และอยู่ในขอบเขตของกฎหมายหรือไม่
ก่อนเสนอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขชุดใหญ่พิจารณาวินิจฉัย ภายในกรอบเวลา 180 วัน
ประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก คือ มาตรา 3 ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ขณะที่คดีสำคัญบางคดีของทักษิณ เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐ และมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
คณะอนุกรรมการและคณะกรรมการจึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า คดีใดอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายเปิดทางให้พิจารณาได้บ้าง
ความเห็นของนักกฎหมายที่มองว่า คดีของทักษิณอาจติดข้อจำกัดตามกฎหมาย เป็นมุมหนึ่งที่ควรรับฟัง
แต่อีกด้านหนึ่ง การวินิจฉัยขั้นสุดท้ายก็ต้องเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ โดยพิจารณาจากข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรด่วนสรุปผลล่วงหน้าก่อนกระบวนการจะเสร็จสิ้น
สำหรับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สิ่งสำคัญคือการดำเนินการอย่างโปร่งใส มีเหตุผลรองรับ และใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ยื่นคำร้องทุกราย
เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีผลเฉพาะกับทักษิณ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเข้าใจของสังคมต่อหลักการนิรโทษกรรมและการสร้างความปรองดองด้วย
การยื่นคำร้องเป็นแค่จุดเริ่มต้นของกระบวนการ ทักษิณมีสิทธิยื่นขอให้พิจารณา คณะกรรมการก็มีหน้าที่ตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่
ผลจะออกมาในทิศทางใดยังไม่อาจสรุปได้ตอนนี้
ต้องรอดูว่าการกลั่นกรองและการวินิจฉัยตามขั้นตอนของกฎหมาย จะนำไปสู่คำตอบสุดท้ายอย่างไร?
มันฯ มือเสือ