ทิ้งหมัดเข้ามุม : คดี 396 โรงพัก ไม่ใช่การเมือง

“รุก กลางกระดาน”

ชี้แจงกันเป็นพัลวัน สำหรับกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรอง นายกฯ ในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกกล่าวหาว่า กระทำการทุจริต และ ผิด ม.157

ในโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง และแฟลตตำรวจ 163 แห่ง ทั่วประเทศ

ยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองว่า ไม่ได้ทุจริต พร้อมเดิมพันด้วยชีวิต อีกทั้งยังท้าให้ ป.ป.ช.รีบตัดสินคดีเพื่อจะได้ขึ้นไปต่อสู้ในชั้นศาล

แถมยังตั้งข้อสังเกตว่า กรณีนี้เป็นการเตะตัดขา เพื่อทำลายคะแนนนิยมทางการเมือง

อะไรทำให้นายสุเทพคิดเห็นเช่นนั้น!??

หรือเป็นเพราะ นายสุเทพ เป็นนักการเมืองมายาวนาน ทั้งในนามของพรรคประชาธิปัตย์

แม้ออกจากพรรคมา ก็ยังระดมมวลชนเล่นการเมืองบนท้องถนน ก่อม็อบชัตดาวน์กรุงเทพฯ ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ อ้างเรื่องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

เมื่อมีรัฐประหาร รัฐบาลจาก คสช. ก็หลบไปบวช ก่อนจะสึกออกมา แล้วก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย

มีจุดมุ่งหมายคือเป็นรัฐบาลให้ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

จึงคิดว่าเรื่องทุกอย่างเป็นการเมืองไปเสียหมด


ทั้งที่โครงการดังกล่าวจริงๆ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรเลย เนื่องจากเป็นโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีมูลค่าถึง 5,848 ล้านบาท

ทำสัญญากับบริษัทเอกชนเมื่อปี 2552 โดยมีสิ่งประหลาดที่เพิ่มขึ้นมาคือ ให้รวมสัญญาทั้งหมดเข้าด้วยกัน

แทนที่แต่ละภาค แต่ละพื้นที่ จะจัดประมูลผู้รับเหมาในพื้นที่นั้นๆ มาเป็นให้บริษัทเดียวรับดูแล

ผลปรากฏคือ เมื่อสิ้นสุดโครงการปี 2555 งานก็ไม่เสร็จ ขยายเวลาอีก 3 ครั้ง จนกระทั่งปี 2556 โครงการก็แล้วเสร็จไปเพียง 12 เปอร์เซ็นต์

ระหว่างนั้นตำรวจในพื้นที่โรงพักที่กำลังสร้าง และถูกทุบทิ้งไปก่อนหน้านี้ ต้องไปใช้คอกควาย ใต้ถุนบันได ห้องส้วมเก่าโรงเรียนเป็นที่ทำการ

เป็นความเสียหายของราชการ กับโครงการร่วม 6 พันล้านบาท!??

แล้วจะเป็นเรื่องการเมืองไปได้อย่างไร

สุดท้ายความเสียหายนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ทุกอย่างมีเอกสารหลักฐานไว้หมด ไม่ว่าเป็นข้อท้วงติงของกรมบัญชีกลาง ระเบียบสำนักนายกฯ

ขอเพียงหาตัวไอ้โม่งที่สั่งรวมสัญญากินรวบ ร่ำรวยกันปากมันให้ได้

นั่นแหละ คือคนร้ายตัวจริง!!