ทิ้งหมัดเข้ามุม : จลาจลกับรัฐประหาร
โดย “รุก กลางกระดาน”
ทิ้งหมัดเข้ามุม : จลาจลกับรัฐประหาร – นับเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อยอย่างแท้จริงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.
ที่อุตส่าห์หอบยิ้มร่าไปร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม อย่างชื่นมื่น
กลับเมืองไทยด้วยความอิ่มเอม พร้อมประกาศว่าผู้นำ 50 ประเทศพึงพอใจกับโรดแม็ปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง
แต่ก็ต้องขุ่นมัวเมื่อเจอคำถามกรณี ที่ผบ.ทบ.ประกาศไม่การันตีจะไม่รัฐ ประหารอีก
หากไม่มีเงื่อนไขจนสร้างเหตุจลาจล!??
ทำเอาพล.อ.ประยุทธ์ ต้องอุทานว่า ปัดโธ่ แถมตำหนิสื่อว่าไปขุดคุ้ย พูดไปเรื่อย ไม่มีใครเขาอยากทำ(รัฐประหาร)

ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นก็มาจากคำพูดของผบ.ทบ.เองทั้งนั้น
จริงๆ แล้ว ก็พอจะเข้าใจความเหนื่อยยากลำบากของพล.อ.ประยุทธ์ ที่บริหารประเทศมา 4 ปีในฐานะผู้นำรัฐประหาร
และเมื่อจะมีการเลือกตั้ง ก็มีพรรค การเมืองหลากหลาย รวมทั้งพรรคที่มีรัฐมนตรีของรัฐบาลนี้ไปร่วม เตรียมจะสนับสนุนให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง
แม้พล.อ.ประยุทธ์เองจะยังไม่ตอบรับอย่างเป็นทางการ ก็มีท่าทีไม่ปฏิเสธ
ดังจะเห็นได้จากการปรับตัว ยอมรับสนใจการเมือง ปรับท่าทีนุ่มนวล สนใจโลกโซเชี่ยล ทันสมัยมากขึ้น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ เข้าถึงคนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไป
พูดกันตรงๆ ก็คือสร้างตัวตนจากนักการทหาร มาเป็นนักการเมืองนั่นเอง
แต่การเลือกตั้งยังไม่เกิด ผบ.ทบ.ซึ่งนับตามลำดับชั้นเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา กลับมาบอกไม่การันตีว่าจะไม่รัฐประหารอีก
ส่งผลเป็นข่าวฮือฮา กระทบความรู้สึกชาวบ้าน กระทบเศรษฐกิจที่ทำท่าจะ ดีขึ้นมา
แถมยังกลายเป็นคำถามว่า เงื่อนไขที่ผบ.ทบ.กล่าวอ้าง จนเป็นเหตุให้รัฐประหาร กันมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
มันเกิดขึ้นเองจริงๆ หรือมีใครกันแน่ไปสร้างให้มันเกิดขึ้น
ที่สำคัญเมื่อทำแล้วแก้ปัญหาของประเทศได้จริงหรือ
ผลกระทบมหาศาลเช่นนี้ จึงเข้าใจได้ถึงความหงุดหงิดหัวเสียของพล.อ.ประยุทธ์
สิ่งที่ทำได้ก็คือการเน้นย้ำกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย ที่มีกระบวนการถ่วงดุลตรวจสอบกันอยู่โดยไม่ต้องใช้อำนาจนอกระบบเข้ามายุ่งเกี่ยว
ที่สำคัญไม่แน่ใจว่าจะเกิดจลาจลแล้วเกิดรัฐประหาร
หรือรัฐประหารแล้วจะจลาจล!??