ทิ้งหมัดเข้ามุม
มันฯ มือเสือ
น่าเห็นใจกรณี นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าฯตรัง ร้องขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งผู้ว่าฯของกระทรวงมหาดไทยครั้งล่าสุด
เรื่องของเรื่องนายสายัณห์รับราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้มา 12 ปี
เป็นรองผู้ว่าฯยะลาตั้งแต่ม.ค.2555 ถึงก.ย.2558 เป็นเวลา 3 ปี 8 เดือน
ตามประกาศมหาดไทยให้นำอายุราชการทวีคูณมาคิดคำนวณทำให้ได้อายุราชการตำแหน่งรองผู้ว่าฯยะลาเท่ากับ 7 ปี 4 เดือน
บวกอายุราชการตำแหน่งรองผู้ว่าฯตรังอีก 1 ปี รวมเป็น 8 ปี 4 เดือน
เป็นรองผู้ว่าฯอาวุโสที่สุดในประเทศ
แต่กลับไม่ได้รับเลื่อนให้เป็นผู้ว่าฯ ทั้งที่กำลังจะเกษียณในปี 2560
และที่น่าเจ็บใจกว่านั้นก็คือในคราวเดียวกันคนที่เพิ่งเป็นรองผู้ว่าฯแค่ 2 ปี และไม่ถึง 2 ปีกลับได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯหลายคน
นอกจากเป็นรองผู้ว่าฯอาวุโสสุด นายสายัณห์ยังอ้างว่าที่ผ่านมาตนเองไม่เคยทุจริตคิดชั่ว
ไม่เคยกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ไม่เคยมีปัญหาในพื้นที่กับข้าราชการหรือประชาชน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเมือง ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด
ส่วนที่ผู้ใหญ่ในมหาดไทยยืนยันการแต่งตั้งผู้ว่าฯ มีคณะกรรมการพิจารณาถึง 2 ชั้น
ใครผ่านไม่ผ่านวัดจากการแสดงวิสัยทัศน์ ผลงาน รวมถึงความอาวุโส
นายสายัณห์ก็มั่นใจว่าถ้ายึดตามนี้จริงตนเองก็มีคุณสมบัติครบถ้วน
และนี่เองเป็นที่มาของการยื่นถวายฎีกาและฟ้องต่อศาลปกครองซึ่งถือเป็นวิธีต่อสู้ที่ถูกต้อง
เพราะข้าราชการไม่เหมือนคนบาง กลุ่มบางพวกที่อยากได้อำนาจ อยากได้ตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ก็ใช้กำลังยื้อแย่งมาได้
ก็ต้องรอดูต่อไปว่าเรื่องรองผู้ว่าฯตรังจะจบอย่างไร
สำหรับรัฐบาลชุดนี้ต้องพึ่งพาข้าราช การเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ประเทศทุกๆด้าน
การแต่งตั้งโยกย้ายจึงต้องให้ความเป็นธรรมตามระบบอาวุโส ความรู้ความสามารถควบคู่กันไป โดยเฉพาะคนทำงานรับราชการมานานหลายสิบปีแล้วไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย
อย่าเอาแต่เล่นพรรคเล่นพวกหรือยึดระบบเส้นสายคนใกล้ชิด
ไม่เช่นนั้นรัฐบาลเองนั่นแหละจะลำบาก