ส.ว.กำหนด อนาคตประเทศ
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ทิ้งหมัดเข้ามุม : เป็นอีก 1 ปัจจัยที่มีผลสำคัญในการเลือกนายกฯ หลังการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึง
ก็คือบรรดาส.ว. ทั้ง 250 คน ที่ กำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ดีไซน์ ให้มีที่มา 3 ทาง คือ
1.กลุ่มอาชีพเลือกกันเองให้เหลือ 200 คน แล้วส่งให้คสช.เลือกให้เหลือ 50 คน
2.เป็นส.ว.โดยตำแหน่ง 6 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการเรือ, ผู้บัญชาการอากาศ, และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
3.คสช.เลือกเองเลย 194 คน แต่ก็ยังมีช่องทางคัดกรอง คือมีคณะกรรมการชุดที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธาน เลือกมา 400 คน
แล้วเสนอให้คสช.เลือกให้เหลือ 194 คน
ซึ่งน่าสงสัยสับสนเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากดูรายชื่อคนที่เป็นกรรมการคัดสรร ก็ล้วนแต่เป็นบุคคลในคสช.
แล้วทำไมต้องเลือกซ้ำเลือกซ้อน ให้เปลืองเวลา เปลืองเบี้ยประชุม!??
อย่างไรก็ตามแม้จะกำหนด 3 ช่องทาง แต่ในที่สุดแล้วที่มาทั้งหมดก็คือมีคสช. อยู่เบื้องหลังนั่นเอง
ทำให้เกิดคำถามว่าในสภาวะที่พรรค การเมืองใหญ่อย่างพรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นแคนดิเดตนายกฯ อย่างนี้จะเข้าข่ายประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ อย่างไร
แน่นอนไม่มีคำตอบที่เป็นเหตุเป็น ผลใดๆ จากผู้ที่ควรจะชี้แจงแถลงไข
จะมีก็แค่อาการดื้อตาใส และยืนยันจะทำตามแบบอย่างที่ตนได้ประโยชน์สูงสุด
เพราะเดิมพันเกมนี้สูงอย่างยิ่ง หากพ่ายแพ้ไม่ได้กลับมา ไม่ต้องกังวลเลย ว่าการเช็กบิลครั้งใหญ่จะรออยู่อย่างแน่นอน
จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จะต้องแสดงออกให้เห็นว่ายินยอมให้ส.ว.ลากตั้งเหล่านี้ มากำหนดอนาคตของประเทศ ของคนไทย 70 ล้านคน
ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกิจกรรมปาหี่
ฟอกขาวให้คนบางกลุ่มได้เข้าสู่อำนาจอีกครั้ง
เหมือนกับว่าเสียงของประชาชนไม่มีค่าเทียบเท่าที่ส.ว.ที่คสช.เป็นคนเลือก
เลือกตั้ง 24 มีนา ประชาชนจะเป็น ผู้ให้คำตอบ
รุก กลางกระดาน
อ่านข่าว