จุดต่ำสุดของกกต.

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

จุดต่ำสุดของกกต. – สร้างสถิติเป็นกลุ่มคนที่ถูกกล่าวขานถึงมากที่สุด สำหรับกกต.ชุดนี้ ที่โชว์ฝีมือการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

เป็นการเลือกตั้งที่ใช้งบประมาณแพงที่สุดถึง 5.8 พันล้านบาท

แต่ผ่านมาร่วมเดือน ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ส.ส.เขต ก็ยังไม่นิ่ง มีเรื่องร้องเรียนบานตะไท

อย่างที่นครปฐม ที่ กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ แม้จะนับจนเสร็จสิ้น ก็ยังอยู่ในภาวะสับสน จนต้องตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องแค่นับคะแนน แล้วนำผลมาบวกกัน เพื่อจะดูว่าใครได้มากได้น้อย

มันยากเย็นเกินไปสำหรับ เจ้าหน้าที่ กกต.ชุดนี้

ไม่รวมถึงการคิดคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ยังสับสน มึนงง จะขอยืมมือศาลรัฐธรรมนูญช่วยกำหนดกรอบ ก็ไม่เป็นผล เพราะศาลไม่ใช่ที่ปรึกษาทางกฎหมายของกกต.

พอมานั่งงมเองก็มีโผล่มาอีกหลายสูตร ทั้งที่กติกาพวกนี้ ควรชัดเจนก่อนเลือกตั้งแล้วด้วยซ้ำ

แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เหมือนกับไม่ได้ให้ความสำคัญ

หรือกระทั่งเรื่องราวที่ต้องใช้วิจารณญาณ ความรู้ ความสามารถ ในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ก็ชวนให้ตั้งคำถาม

ทั้งเรื่องความรวดเร็วในการแจ้งข้อหานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในการมีหุ้นบริษัทสื่อที่ยุติการดำเนินการมานาน กว่า 2 ปี

ขณะที่โต๊ะจีนพรรคพลังประชารัฐ ที่มีเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ยังไม่คืบหน้า

แต่เรื่องคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมีมติอย่างรวดเร็วว่าไม่ขาดคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ

ทั้งหมดล้วนตั้งข้อสงสัยกับการทำงานของกกต.

แต่แทนที่ กกต.จะตอบข้อสงสัยอย่างเป็นเหตุเป็นผล มีหลักฐานอ้างอิง มีบรรทัดฐานของกฎหมาย ให้เห็นว่าทำหน้าที่อย่างถูกต้องโปร่งใส

กลับใช้วิธีส่งคนไปยื่นฟ้องประชาชนที่ตั้งข้อสังเกต ราวกับต้องการปิดปาก ไม่ให้เกิดการตั้งคำถาม

ซึ่งไม่เป็นผลดีใดๆ กับการเลือกตั้งและอนาคตประเทศไทยเลย

จริงๆ แล้วธรรมชาติของคนทั่วไป ย่อมมีจุดสูงสุดและต่ำสุด

แต่ไม่น่าเชื่อว่า กกต.ชุดนี้ จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่

มีจุดต่ำสุดได้เรื่อยๆ ให้เห็นได้ในทุกๆ วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน