คดี‘บิลลี่’ใกล้สิ้นสุด

คดี‘บิลลี่’ใกล้สิ้นสุด

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

คดี‘บิลลี่’ใกล้สิ้นสุด – คืบหน้าเป็นลำดับ สำหรับคดีการสูญหายของบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ผู้นำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ที่พัฒนาจากคดีคนหายไปเป็นคดีฆาตกรรม หลังจากที่ดีเอสไอที่รับไว้เป็นคดีพิเศษ สามารถค้นเจอหลักฐานสำคัญ นั่นก็คือถังน้ำมัน 200 ลิตร ภายในบรรจุเถ้ากระดูก ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเชื่อมโยงกับแม่ของบิลลี่

เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า‘บิลลี่’เสียชีวิตแล้ว หลังจากถูกระบุว่าสูญหายนานกว่า 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2557

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวเมื่อปี 2559 ในจังหวะที่น้ำแห้งใต้สะพานแขวน ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ก็ย้ำให้เห็นชัดเจนว่าถังดังกล่าวอยู่มานานแล้ว ไม่ได้มีใครสร้างสถานการณ์ เอาไปหย่อนน้ำอย่างที่มีความพยายามจะอธิบาย

หรือกระทั่งเรื่องความขัดแย้งกรณีภาพถ่ายกลุ่มลักลอบตัดไม้ ก็ดูจะเบาบาง หากเทียบกับปัญหาที่บิลลี่พยายามต่อสู้มาตลอด ในเรื่องการปฏิบัติต่อชาวกะเหรี่ยงอย่างไม่เป็นธรรม

โดยเฉพาะการเผาบ้าน เผายุ้งข้าวไล่ที่ออกจากพื้นที่บ้านเกิด จนกลายเป็นเรื่องราวฟ้องร้องต่อศาลในเวลาต่อมา

สำคัญกว่านั้น หากนำสำนวนของกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 ที่สืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ปี 2557

ก็ระบุชัดเจนแล้วว่า ไม่พบหลักฐานว่า ‘บิลลี่’ ถูกปล่อยตัวออกมาจากการควบ คุมตัวของเจ้าหน้าที่

แต่ครั้งนั้นเมื่อไม่พบศพ หรือหลักฐานที่ชี้ชัดว่าเสียชีวิต ก็เลยไปได้แค่คดีคนหาย

เมื่อหลักฐานเพิ่มขึ้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป!!?

ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จะเห็นได้เลยว่าเป็นการกระทำที่ เหิมเกริม ลุแก่อำนาจ ไม่ได้หวาดกลัวว่า เงื้อมมือของกฎหมายจะเอื้อถึง

ทำให้มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ และวัตถุพยานถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก

อยู่ที่ว่าเริ่มนับ 1 ถูกเมื่อใด พยานหลักฐานก็จะปรากฏขึ้นเรื่อยๆ ทั้งพยานบุคคล ภาพวงจรปิด หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

จึงเป็นเรื่องยืนยันว่าอาชญากรไม่มีทางหนีรอดจากเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

ที่เหลือก็แค่กลุ่มคนที่ตกกระไดพลอยโจน ก็ยังพอมีเวลากลับตัวพูดความจริง โทษหนักจะได้เป็นเบา

ไม่ต้องตายตกไปตามกันกับอาชญากร

บทความก่อนหน้านี้ดีเอสไอ-คดีบิลลี่ ในสายตาองค์กรโลก
บทความถัดไปအမ်း နဲ့ မြေပုံက လည်ပင်းဖြတ်သတ်ခံရသူ သုံးဦးကို အေအေ သတ်တာလို့ တပ်မတော် စွပ်စွဲ