กรณีสื่อออสซี่กับรัฐมนตรีไทย

กรณีสื่อออสซี่กับรัฐมนตรีไทย

กรณีสื่อออสซี่กับรัฐมนตรีไทย 

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

กรณีสื่อออสซี่กับรัฐมนตรีไทย : คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม – รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” งานเข้าไม่ได้หยุดได้หย่อน

ล่าสุดกรณีสื่อออสเตรเลียตีข่าวการ ต้องคดีของรัฐมนตรีไทยคนหนึ่งเมื่อ 26 ปีก่อน จนถูกศาลออสเตรเลียตัดสินจำคุกนาน 9 ปี แต่ติดจริง 4 ปี ก่อนได้รับการปล่อยตัวกลับไทย

ทันทีที่เป็นข่าวฝ่ายค้านขย้ำด้วยกระทู้ถามสดทันที

เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นร้อน แวดวงสังคมวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง

นอกเหนือจากเรื่องปมถวายสัตย์ไม่ครบที่ยัง ไม่เคลียร์ พอเรื่องนี้แดงออกมา สังคมก็ตั้งคำถามทันควันเกี่ยวกับคุณสมบัติของคนเป็นรัฐมนตรี ส่อแววลุกลามถึงตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล

ตามที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาแจกแจง

รัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) กำหนดลักษณะบุคคลต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งส.ส., มาตรา 160 (6) รัฐมนตรีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 และมาตรา 170 (4) ที่กำหนดให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว หากขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา 160

ข้อสงสัยก็คือผู้เสนอแต่งตั้งรัฐมนตรีรู้ ข้อมูลคดีดังกล่าวหรือไม่ สันนิษฐานว่าน่าจะรู้ เพราะเรื่องแบบนี้คนเป็นผู้นำรัฐบาลไม่รู้ไม่ได้

เมื่อรู้แล้วยังฝืนตั้งเป็นรัฐมนตรี ตรงนี้แหละสำคัญ

กรณีสื่อออสซี่กับรัฐมนตรีไทย

เนื่องจากอาจเข้าข่ายจงใจกระทำขัดต่อ รัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) โดยเฉพาะยิ่งมาตรา 160 (6) ทั้งยังอาจลามไปถึงความผิดทางอาญามาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ถึงรัฐมนตรีคนดังกล่าวจะพ้นโทษมาแล้วกว่า 20 ปี ได้กลับเข้ารับราชการทหารในกองทัพอีกครั้ง

แต่หากผู้นำรัฐบาลเพิกเฉยโดยไม่ทำอะไร อ้างว่าคดีจบไปนานแล้วและไม่ใช่คุกไทย

ด้วยมีเจตนาต้องการปกป้องรัฐมนตรี คนที่ตกเป็นข่าว ซึ่งเคยอ้างว่าตัวเองคือเส้นเลือดใหญ่กุมความลับรัฐบาลเอาไว้

ก็ต้องรอดูสังคมจะว่าอย่างไร

ทางที่ดีควรหาทางตัดไฟแต่ต้นลม เรื่องถวายสัตย์ไม่ครบก็ฉวัดเฉวียนพออยู่แล้ว ถ้ายังปล่อยให้เรื่องนี้ลุกลามอีก

ต่อให้เป็นเรือเหล็ก หากต้องบรรทุกปัญหาใหญ่โตหนักอึ้งขนาดนี้

อนาคตเห็นทีจะลำบาก

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม โดย มันฯ มือเสือ

..อ่าน..

บทความก่อนหน้านี้แก้รธน.-ปากท้อง คือเรื่องเดียวกัน
บทความถัดไปอนุทิน ขับเครื่องบิน นำทีมสธ.ลงพื้นที่ เร่งเยียวยาแผลใจชาวบ้าน ที่ถูกพิษพายุ