ม.116-ยุบพรรค ปิดเสียงแก้รธน.

ม.116-ยุบพรรค ปิดเสียงแก้รธน. : ทิ้งหมัดเข้ามุม

ม.116-ยุบพรรค ปิดเสียงแก้รธน.

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

ม.116-ยุบพรรค – ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน

สังคมตั้งคำถามใครกันขยันจุดชนวนสร้างความขัดแย้ง

ต่อกรณีกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามอบหมายนายทหารเจ้าเก่าขาประจำ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ 12 แกนนำฝ่ายค้านและนักวิชาการ ที่จัดเวทีเสวนารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ จ.ปัตตานี อ้างความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

หลายคนสงสัย มีผู้ใหญ่ในรัฐบาลอยู่เบื้องหลังสั่งการ หรือส่งสัญญาณให้กอ.รมน.ดำเนินการหรือไม่ และนายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.รมน.ได้รับรู้การปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาครั้งนี้มาก่อนหรือไม่

เพราะการระบุว่ามีนักวิชาการบนเวทีพูดถึงการแก้ไขมาตรา 1 ในรัฐธรรมนูญ แล้วนักการเมืองฝ่ายค้านที่อยู่ด้วยไม่ห้ามปราม จึงมีความผิดด้วยนั้น ดูเหมือนเป็นข้อกล่าวหาหน่อมแน้มไปหน่อย

อย่างแรก การพูดตรงนั้นเป็นความเห็นทางวิชาการ หากกลับไปฟังดีๆ นักวิชาการที่พูดก็ไม่ได้มีเจตนามุ่งมั่นต้องการให้มีการแก้ไขมาตรา 1

แค่บอกว่าสังคมไทยควรแสดงความคิดเห็นถกเถียงกันได้อย่างเสรี ว่ารัฐธรรมนูญควรแก้ไขตรงจุดใดมาตราใดบ้าง

อย่างที่สอง ฝ่ายค้านทุกพรรคก็ยืนยันตรงกัน จะไม่มีการเสนอแก้ไขมาตรา 1 กับมาตรา 2 แน่นอน เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ส่วนที่ฝ่ายแจ้งจับบอกว่า ไม่เห็นด้วยแล้วทำไมไม่ห้าม

ก็เพราะฝ่ายค้านเข้าใจดี ว่าการแสดงความเห็นทางวิชาการโดยนักวิชาการ เป็นสิทธิเสรีภาพทางวิชาการที่ทุกฝ่ายต้องเคารพไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง

แล้วฝ่ายค้านชุดนี้ก็เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่เผด็จการที่เอะอะก็จ้องแต่จะปิดปากประชาชนคนเห็นต่าง

แล้วพอ กอ.รมน.แจ้งความปุ๊บ กลุ่มเครือข่ายก็โผล่ออกมาปั๊บ

เข้ายื่น กกต.ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณายุบ 7 พรรคฝ่ายค้าน ข้อหามีเจตนาล้มล้างการปกครอง

ทั้งสองส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตบนความหวาดระแวง

การเมืองยุคนี้มักเกิด “อภินิหาร” ขึ้นบ่อยๆ

มันฯ มือเสือ

บทความก่อนหน้านี้เมื่อยังดับไฟใต้ไม่ได้ อย่าปิดกั้นแนวคิดใหม่ๆ
บทความถัดไปไม่ทำตามหาเสียง จังโก้ฮือจับ “นายกเล็ก” ผูกท้ายปิกอัพ-ลากครูดถนน