เศรษฐกิจเจ๊ง!??

เศรษฐกิจเจ๊ง!??

เศรษฐกิจเจ๊ง!?? 

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม 

รุก กลางกระดาน

เศรษฐกิจเจ๊ง!?? : เป็นฝันร้ายของเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง เมื่อสหรัฐอเมริกาออกมาระบุเตรียมระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือจีเอสพีสินค้าไทยจำนวน 573 รายการ จากจำนวนสินค้าที่ไทยใช้สิทธิ์ในปี 2561 รวม 1,485 รายการ

กระทบต่อสินค้าไทยกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยร่วม 4 หมื่นล้านบาท

ส่งผลให้ผู้ส่งออกในสินค้าเหล่านี้ต้องกุมขมับ เพราะต้องแบกภาระภาษีเพิ่มขึ้นอีกนับพันล้านบาท

แม้รัฐบาลจะออกมาวิเคราะห์ว่าไม่กระทบมากนัก อย่างกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่ากระทบแค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์

กระทั่งพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ก็บอกว่าอย่าตื่นตระหนก เพราะกระทบไม่มาก

แต่ในสถานการณ์ความเป็นจริงของพ่อค้านักธุรกิจ หรือแม้แต่ประชาชนทั้งประเทศ

ก็รู้ดีว่ามันหนักหนาสาหัสเพียงใด

คนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็รู้ดีว่าการออกมาปลุกกระแสชาตินิยมในโลกออนไลน์ ระดมพลในเฟซบุ๊กเพื่อแบนสินค้าอเมริกันเพื่อเป็นการตอบโต้

นอกจากทำให้คนโพสต์กระชุ่มกระชวยหัวใจ รู้สึกดีกับตัวเองว่าได้เคลื่อนไหว ตอบโต้ แสดงออก

แต่ในความเป็นจริงแทบไม่ได้ช่วยอะไร

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สมอง คิด วิเคราะห์ แยกแยะ สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ว่าการตัดสิทธิ์จีเอสพีครั้งนี้มาจากจุดใดกันแน่

เป็นเรื่องแรงงานที่สหรัฐระบุว่าไทย ล้มเหลว ไม่สามารถจัดสิทธิให้เหมาะสมตามหลักสากล โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติ ใช่หรือไม่

หากเป็นเช่นนั้นจะต้องปรับปรุงแก้ไข ทำอย่างไรให้ปัญหาทุกอย่างหมดไป

หรือจะเป็นเรื่องท่าทีทางการเมือง ที่มีการวิเคราะห์กันว่าสหรัฐไม่พอใจท่าทีของรัฐบาลไทยที่แสดงจุดยืนกับม็อบฮ่องกง เข้าข้างจีน ที่เป็นคู่ต่อสู้สำคัญในสงครามการค้า

ก็เป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณา

แต่เรื่องที่น่าตกตะลึงมากที่สุดก็คือ ถ้อยแถลงของนางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล ที่ระบุว่านายกฯ รับรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เดือนก..ที่ผ่านมา ตั้งแต่รมว.พาณิชย์สหรัฐมาประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่ไทย

เวลาเดือนกว่าที่ผ่านมามัวไปทำอะไรอยู่!??

และมีหลักประกันหรือไม่ว่าในอีก 6 เดือนที่เหลือ รัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยตกต่ำมากไปกว่านี้

เพราะปัญหาที่เผชิญ แค่สวดมนต์ภาวนาก็คงไม่เพียงพอ!??

บทความก่อนหน้านี้พิษสูตรพิสดารกกต. ข้อกังขาสส.พึงมี
บทความถัดไปဘူးသီးတောင်မှာ တိုက်ပွဲတွေ ပြင်းထန်လို့ ရွာလုံးကျွတ် ထွက်ပြေးရ