ทิ้งหมัดเข้ามุม
วนเวียนมาอีกครั้ง สำหรับวันครบรอบเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ซึ่งปีนี้ถือเป็นครบรอบปีที่ 40
สำหรับเหตุการณ์ปิดล้อมฆ่ากันกลางเมือง ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 46 คน
ด้วยฝีมือของคนไทยด้วยกัน ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร กลุ่มมวลชนจัดตั้งฝ่ายขวา
ส่งผลให้บรรดานิสิตนักศึกษาต้องหลบหนีเข้าป่า จับปืนต่อสู้กับอำนาจรัฐ ก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลายด้วยนโยบายผ่อนปรนของรัฐบาล
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวมีชนวนสำคัญ จากการที่อดีตผู้นำเผด็จการทหาร อย่างพล.อ.ถนอม กิตติขจร ที่ต้องระเห็จออกจากประเทศไทย จากการเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 16
เวลาผ่านไปเกือบ 3 ปี ก็มีความพยายามเดินทางกลับประเทศไทย แม้จะมีเสียงคัดค้านต้านทาน แต่พล.อ.ถนอม บวชเป็นสามเณร กลับมาในประเทศ
จนเกิดการคัดค้านรุนแรง และในช่วงเวลาดังกล่าวมีพนักงานการไฟฟ้า 2 คน ที่ร่วมปิดโปสเตอร์คัดค้าน ถูกฆ่าแขวนคอที่จ.นครปฐม
นำมาสู่การแสดงละครล้อการเมือง แต่แล้วภาพถ่ายในการเล่นละคร ก็ถูกนำไปตกแต่ง นำเสนอโดยสื่อที่ไร้จรรยาบรรณ
กลายเป็นการปลุกระดมมวลชนที่เห็นต่างมาลงมือฆ่าฟันกันเอง จนเลือดท่วมธรรมศาสตร์
ภาพศพถูกลากทารุณไปสนามฟุตบอล ตลอดจนศพที่ถูกแขวนคอที่ท้องสนามหลวง มีคนใช้เก้าอี้ฟาดด้วยความโหดร้าย ถูกแพร่ไปทั่วโลก
จนถึงบัดนี้เป็นเวลา 40 ปี คนฆ่าและคนสั่งการในครั้งนั้นก็ยังลอยนวล
ไม่มีการชำระประวัติศาสตร์เหตุการณ์ครั้งนี้แต่อย่างใด
แถมสถานการณ์ปัจจุบันยังส่อเค้าจะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกด้วย
มาถึงวันนี้ในโอกาสครบรอบ 40 ปี คณะผู้จัดงานก็ใช้สโลแกน “40 ปี 6 ตุลา เรา ไม่ ลืม”
โดยจะจัดระหว่างวันที่ 6-8 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งมีทั้งเสวนาวิชาการ นิทรรศการภาพถ่ายเหตุการณ์
ขณะที่ฟากจุฬาฯ เองก็มีกิจกรรมเสวนาวิชาการเช่นกัน
ซึ่งควรอย่างยิ่งที่ประชาชนทั่วไป รวมทั้งนิสิตนักศึกษา คนรุ่นใหม่จะได้ศึกษา
เพื่อไม่ให้เราลืมอดีต และป้องกันเหตุสลดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต