คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม : เมื่อคดีชุมนุมการเมืองถูกตัดสิน โดย…รุก กลางกระดาน
เมื่อคดีชุมนุมการเมืองถูกตัดสิน – เป็นอีก 1 คดีเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองที่สิ้นสุดลง
เมื่อศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน 5 แกนนำเสื้อแดง
จากความผิดการนำผู้ชุมนุมบุกประท้วงหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี เมื่อปี 2550
โดยไม่มีการรอลงอาญาใดๆ
ทั้ง 5 คนต้องเข้าสู่การคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการชุมนุมเพื่อต่อต้านการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่มีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะผู้ก่อการฯ
จากนั้นมีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี กลุ่มคนที่ต่อต้านรัฐประหารหลายกลุ่มได้นัดชุมนุมรวมกันทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
และในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค.2550 การชุมนุมก็เกิดขึ้นเช่นเดิม พร้อมเคลื่อนขบวนมายังบ้านสี่เสาฯ เพื่อเรียกร้องให้พล.อ.เปรม และกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2549
ขณะที่ปราศรัย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล นำโดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.ในขณะนั้น ใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม จนเกิดเหตุวุ่นวาย
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่คดีแรกของการชุมนุมทางการเมือง ที่ผ่านมาก็มีอีกหลายคดีในลักษณะดังกล่าวที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ไม่ว่าจะเป็นกรณีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดทำเนียบรัฐบาลนานกว่าครึ่งปี ซึ่งศาลฎีกาตัดสินจำคุก แกนนำเป็นเวลา 8 เดือน
ขณะที่คดีบุกปิดล้อมรัฐสภา ตัดน้ำตัดไฟ ไม่ให้แถลงนโยบายต่อสภาได้ในวันที่ 7 ต.ค. 51 ส.ส.-ส.ว.ปีนกำแพงหลบหนีชุลมุนวุ่นวายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ มีรถยนต์บรรทุกระเบิดบึ้มขึ้นใกล้เคียง จนมีผู้เสียชีวิต
คดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้องแกนนำพันธมิตร
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ถือเป็นดุลพินิจของศาลภายใต้กระบวนการสืบพยานหลักฐาน มีคำพิพากษาที่อธิบายความให้สังคมให้เข้าใจตรงกัน
และก็ยังไม่จบอยู่เพียงแค่นี้ ยังมีคดียึดสนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ไล่รัฐบาลพรรคพลังประชาชนเมื่อปี 51 ซึ่งส่งผลเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างยับเยินให้กับประเทศ
ก็ต้องรอดูว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร!??