Khaosod
Online

วันจันทร์ ที่ 28 ก.ย. 2563

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม : สิ้นสุดเยียวยา ถึงเวลาเผาจริง

2 ก.ค. 2563 - 00:25 น.

สิ้นสุดเยียวยา ถึงเวลาเผาจริง - การเมืองยุคโควิดเริ่มมองเห็นภาพชัดมากขึ้นว่าจะไปในทิศทางใด

ภายหลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ‘ผู้ใหญ่ที่น่ารัก’ ของฌอน บูรณะหิรัญ

เข้ามากุมบังเหียนพรรคพลังประชารัฐแบบเต็มตัว พร้อมทีมผู้บริหารพรรคเหล้าเก่าในขวดใหม่

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้มีส่วนสัมพันธ์กับการปรับครม.ที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคต

อย่างที่เป็นข่าวมาตลอดว่าทีมเศรษฐกิจ 4 กุมาร นำโดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อาจต้องหลุดจากวงโคจรไป

แต่จะหลุดทั้งยวงหรือหลุดเฉพาะ บางคน ต้องรอดูกันต่อไป

ถึงที่สุดแล้วหวยจะออกที่ใคร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพียงผู้เดียว

เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าการปรับครม.ครั้งนี้ โจทย์ใหญ่สำคัญคือทีมเศรษฐกิจ

สังคมจับตาระทึก พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจอย่างไร จะยังใช้บริการ‘ทีมสมคิด’ต่อหรือไม่

หรือจะหาคนใหม่-ทีมใหม่มาแทน

ซึ่งในสถานการณ์ตอนนี้ต้องถือเป็นเรื่องยากในการเสาะหามือเศรษฐกิจเจ๋งๆ เป็นคนที่สังคมยอมรับ เข้ามาช่วยรัฐบาลกอบกู้เศรษฐกิจหลังโควิด

ตามที่องค์กรเศรษฐกิจทุกระดับไม่ว่าระดับประเทศ ระดับภูมิภาค หรือระดับโลก ไม่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒน์ ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี ไปจนถึงธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์

ประเมินไว้ตรงกันว่าวิกฤตเศรษฐกิจจากพิษโควิดรุนแรงและส่งผลสะเทือนต่อโลกหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งใดๆ

สำหรับประเทศไทยนับจากเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

คือจุดวิกฤตเศรษฐกิจของจริง

เนื่องจากมาตรการจ่ายเงินเยียวยา 5 พันบาท 3 เดือน เมษายน-มิถุนายนสิ้นสุดลงแล้ว และไม่มีต่อเวลาเหมือน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

พร้อมกับการมาของวิถีชีวิตปกติใหม่ หรือนิว นอร์มัล ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าผลลัพธ์จะดีกว่าหรือย่ำแย่กว่าเก่า

ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังอยู่ในโหมดแย่งชิงอำนาจไม่ลืมหูลืมตา

ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง เผชิญวิกฤตโดยลำพัง

การเมืองยุคโควิดเริ่มมองเห็นภาพชัดมากขึ้นว่าจะไปในทิศทางใด

ภายหลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ‘ผู้ใหญ่ที่น่ารัก’ ของฌอน บูรณะหิรัญ

เข้ามากุมบังเหียนพรรคพลังประชารัฐแบบเต็มตัว พร้อมทีมผู้บริหารพรรคเหล้าเก่าในขวดใหม่

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้มีส่วนสัมพันธ์กับการปรับครม.ที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคต

อย่างที่เป็นข่าวมาตลอดว่าทีมเศรษฐกิจ 4 กุมาร นำโดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อาจต้องหลุดจากวงโคจรไป

แต่จะหลุดทั้งยวงหรือหลุดเฉพาะ บางคน ต้องรอดูกันต่อไป

ถึงที่สุดแล้วหวยจะออกที่ใคร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพียงผู้เดียว

เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าการปรับครม.ครั้งนี้ โจทย์ใหญ่สำคัญคือทีมเศรษฐกิจ

สังคมจับตาระทึก พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจอย่างไร จะยังใช้บริการ‘ทีมสมคิด’ต่อหรือไม่

หรือจะหาคนใหม่-ทีมใหม่มาแทน

ซึ่งในสถานการณ์ตอนนี้ต้องถือเป็นเรื่องยากในการเสาะหามือเศรษฐกิจเจ๋งๆ เป็นคนที่สังคมยอมรับ เข้ามาช่วยรัฐบาลกอบกู้เศรษฐกิจหลังโควิด

ตามที่องค์กรเศรษฐกิจทุกระดับไม่ว่าระดับประเทศ ระดับภูมิภาค หรือระดับโลก ไม่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒน์ ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี ไปจนถึงธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์

ประเมินไว้ตรงกันว่าวิกฤตเศรษฐกิจจากพิษโควิดรุนแรงและส่งผลสะเทือนต่อโลกหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งใดๆ

สำหรับประเทศไทยนับจากเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

คือจุดวิกฤตเศรษฐกิจของจริง

เนื่องจากมาตรการจ่ายเงินเยียวยา 5 พันบาท 3 เดือน เมษายน-มิถุนายนสิ้นสุดลงแล้ว และไม่มีต่อเวลาเหมือน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

พร้อมกับการมาของวิถีชีวิตปกติใหม่ หรือนิว นอร์มัล ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าผลลัพธ์จะดีกว่าหรือย่ำแย่กว่าเก่า

ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังอยู่ในโหมดแย่งชิงอำนาจไม่ลืมหูลืมตา

ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง เผชิญวิกฤตโดยลำพัง

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม : สิ้นสุดเยียวยา ถึงเวลาเผาจริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง