อะไรคือความยุติธรรม – กลายเป็นคำถามสำคัญของกระบวน การยุติธรรมประเทศไทย
สำหรับกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทบริษัทยักษ์ใหญ่ ตระกูลเศรษฐีหมื่นล้าน
ในความผิดขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากเหตุการณ์ซิ่งเฟอร์รารี่หรู จนเป็นเหตุให้ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิตเมื่อปี 2555
ขณะที่ข้อหาอื่นๆ อีก 3 คดีล้วนหมดอายุความเพราะอัยการนำตัวมาส่งฟ้องไม่ทัน
จากนั้นจึงส่งเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็ไม่มีความเห็นคัดค้าน ส่งผลให้คดีนี้สิ้นสุดลงในรูปแบบดังกล่าว
ดังที่พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร.ว่าเปรียบเสมือนบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีคดีความใดๆ
พร้อมส่งศาลถอนหมายจับในประเทศไทย และแจ้งตำรวจสากลให้ยกเลิกหมายแดงด้วย
และยืนยันว่าทุกอย่างทำตามพยาน หลักฐาน ไม่ได้มีอะไรชี้นำคดี อย่านำไปเป็นวาทกรรมว่ามีแค่คนจนเท่านั้นที่ติดคุก
แม้เป็นคำพูดที่ดูจริงจัง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสวนทางกับความน่าเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง
เพราะหากเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา ที่ดูว่าโทษจะรุนแรงกว่าคดีฆาตกรรม อาทิ การชูกระดาษประท้วงที่จ.ระยอง หรือแฟลชม็อบ ไล่รัฐบาล ที่กำลังถูกหมายเรียกผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
หรือการโพสต์โจมตีคสช.ของนายธเนตร อนันตวงษ์ ที่ถูกไล่ล่าจับกุมดำเนินคดี
แม้สุดท้ายศาลยกฟ้อง แต่ก็ต้องติดคุกฟรีนาน 3 ปี
ช่างย้อนแย้งกับคำชี้แจงดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง
หรือความตายของดาบตำรวจรายหนึ่ง มันเทียบไม่ได้กับความมั่นคงของคนในรัฐบาล หรือในคณะรัฐประหาร
ถึงได้ปล่อยผ่านง่ายดายไปเช่นนี้!??
ทุกอย่างผ่านพ้น เหมือนกับว่าเมื่อ 8 ปีที่แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ และจับต้องได้ ก็มีเพียงความตายของด.ต.วิเชียร ที่แน่แท้แน่นอน
กับความเจ็บช้ำของครอบครัวผู้ สูญเสียที่ต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมที่เกิดขึ้น
หากใครรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องธรรมดา ก็คงว่าอะไรไม่ได้
แต่หากคิดว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด ก็จำไว้ว่าหากปล่อยไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดได้กับทุกคนเหมือนครอบครัวดาบวิเชียร
ถ้าเราไม่ลุกขึ้นเปลี่ยนแปลง!!!