ทางออกรัฐบาล จากวิกฤตม็อบน.ศ. – ทําเอาสังคมตื่นตะลึงไปตามกัน
สำหรับการชุมนุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 10 ส.ค. ที่ผ่านมา
เยาวชนนักเรียน นิสิตนักศึกษา ประชาชนคนหนุ่มสาวมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก
ข่าวระบุมากันกว่า 1 หมื่นคน เป็นการชุมนุมครั้งใหญ่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557
ผู้เกาะติดสถานการณ์ประเมินว่าเป็นการซ้อมใหญ่การชุมนุมคณะประชาชนปลดแอก วันที่ 16 ส.ค. ซึ่งตรงกับวันสันติภาพไทย
เนื้อหาการชุมนุม 10 ส.ค.บางช่วงบางตอนนอกเหนือ 3 ข้อเรียกร้องเดิม คือ หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่และยุบสภา
สร้างความไม่สบายใจให้กับพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อยู่มากพอสมควร
เนื่องจากเป็นข้อเรียกร้องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายทั้งของรัฐบาลและใครต่อใครหลายคน
ต้องเฝ้าลุ้นดูกันต่อไปว่ารัฐบาลจะรับมือกับการชุมนุมในลักษณะนี้อย่างไร
หรือทำอย่างไรไม่ให้ทะลุเพดานไปมากกว่านี้
ในหลายๆ ข้อแนะนำ หนึ่งในนั้นคือรัฐบาลควรต้องรับมือกับสิ่งที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนนี้ ด้วยความสุขุมรอบคอบและใจเย็นอย่างมาก
อย่าใช้วิธีปลุกม็อบชนม็อบ อย่าสั่งใช้กำลังความรุนแรงเข้าจัดการโดยเด็ดขาด
สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการตอนนี้คือการเร่งตอบสนอง 3 ข้อเรียกร้องพื้นฐานของกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเป็นรูปธรรม
ง่ายสุดคือหยุดคุกคามประชาชนทันที
ส่วนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องหาทางทำด้วยวิธีที่ง่าย รวดเร็ว จริงจังและจริงใจ
จะแก้รายมาตราหรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับ หัวใจสำคัญคือต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่ทำได้
รวมถึงต้องประกาศให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อใด ซึ่งไม่ควรนานเกินไป
จากนั้นก็ยุบสภาจัดการเลือกตั้ง ภายใต้กติการัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ถ้าพล.อ.ประยุทธ์หรือใครในรัฐบาลชุดนี้ยังติดใจในอำนาจอยากอยู่ต่อ
ก็ให้ลงมาต่อสู้ในสนามเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสิน
ทั้งหมดนี้คือทางเดียวที่จะออกจากวิกฤตการณ์บ้านเมืองครั้งนี้ไปได้
ไม่มีทางเลือกอื่นเด็ดขาด