คำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ – ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายภาวะผู้นำ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างยิ่ง
สำหรับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มม็อบนักศึกษา และเยาวชน ที่กำลังบานปลายไปทั่วประเทศ
ไม่ใช่เพียงแค่ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ หรือจุดประสงค์ที่มากกว่านั้น ดังที่ปรากฏในเวทีชุมนุมของนักศึกษา ที่สร้างความหนักใจ
แต่เป็นการแสดงท่าทีของตัว พล.อ.ประยุทธ์ต่อกรณีดังกล่าวเองต่างหากที่ถูกสังคมจับจ้อง
เพราะหากจำได้พล.อ.ประยุทธ์ แถลงว่าจะรับฟังความเห็นที่ของกลุ่มนักศึกษา โดยให้สภาพัฒน์ไปเป็นเจ้าภาพ
หลังจากให้สัมภาษณ์ก็เกิดการจับกุมทนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก 2 นักเคลื่อนไหวจากการชุมนุมร่วมกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก
เร่งรีบขนาดส่งฝากขังในยามวิกาล จนศาลมีคำสั่งไม่รับคำฝากขัง ต้องไปยื่นศาลอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น ครั้งนั้นก็ส่งผลให้เกิดคำถามถึงความจริงใจต่อคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ มาแล้ว
ผ่านมาเพียงสัปดาห์หลังแถลงออกทีวีพูล จะพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง วันรุ่งขึ้นตำรวจนอกเครื่องแบบก็บุกจับเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ น.ศ.ธรรมศาสตร์ แกนนำผู้ชุมนุม
สะกดรอยติดตามจับกุมได้ที่เมืองทองธานี ก่อนไปปราศรัยที่ท่าน้ำนนท์
ซึ่งนอกจากแสดงให้เห็นแล้วว่าที่คนระดับรองนายกฯ บอกว่าน.ศ.คิดไปเองว่า มีคนติดตามนั้น จริงๆ แล้วก็ติดตามจริง นั่นแหละ
ยังส่งผลให้เกิดคำถามว่าที่นายกฯ พูดไปนั้น เป็นกรณีปากว่าตาขยิบ พูดไปอย่างนั้น สร้างภาพให้ดูว่าพร้อมประนีประนอมรับฟัง ให้ตายใจแล้วใช้เงื้อมมือกฎหมายเข้าจัดการ
หรือจริงๆ แล้วพล.อ.ประยุทธ์ เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ร่วมมือ อยากรับฟัง
หากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่ามีความน่าเคลือบแคลงในอำนาจความเป็นผู้นำของตัวพล.อ.ประยุทธ์อยู่พอสมควร
ก็มีที่ไหน ที่คนระดับนายกฯ ประกาศออกรวมการเฉพาะกิจ ประกาศต่อสาธารณะ เป็นสัญญาประชาคม
แต่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการไม่แยแส ไม่สนใจไยดี ยังคงเดินหน้าจับกุมเยาวชนอยู่อย่างต่อเนื่อง
ถ้าเป็นคนปกติก็คงต้องหน้าชา!??
แต่ระดับ พล.อ.ประยุทธ์ที่เหนือกว่านั้นมาก ก็หวังว่าจะใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์พักผ่อนให้สบายใจ
ทบทวนตัวเองว่าจะตอบกับสังคมอย่างไร
ให้เกิดความน่าเชื่อถืออีกครั้ง