วิธีเอาชนะม็อบนักศึกษา – คงเป็นเรื่องลำบากใจอยู่ไม่น้อย สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องเห็นภาพการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกนับหมื่น ที่คลาคล่ำถนนราชดำเนิน เมื่อค่ำวันที่ 16 ส.ค.
เพื่อยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อ นั่นก็คือยุติคุกคามประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภา
พร้อมอีก 2 จุดยืนที่ย้ำกันชัดๆ ว่าไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ และไม่เอารัฐประหาร
รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ที่ถูกนำขึ้นมาถกเถียงในที่สาธารณะ ไม่ซุกอยู่ใต้พรมอีกต่อไป
ถือเป็นการชุมนุมที่มีจำนวนคนที่มีคนเข้าร่วมมากที่สุดในรอบ 10 ปีหลัง แถมยังเป็นพลังบริสุทธิ์ที่ไม่มีการจัดตั้งใดๆ
แม้จะต้องเผชิญแรงเสียดทาน ทั้งเกิดจากการจับกุมดำเนินคดีที่ตำรวจมัก จะจับกุมในช่วงเย็นวันศุกร์ การคุกคามในสถานศึกษา การไปกดดันพ่อแม่ ผู้ปกครอง
หวังจะให้ม็อบฝ่อ ถอดใจ เลิกชุมนุมเรียกร้องแล้วกลับไปอยู่ในสภาพแบบเก่า
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล แถมยังเป็นตัวจุดกระแสที่ร้อนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก
ต่อด้วยเปิดเรียนวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. ที่ลามไปถึงระดับนักเรียนที่ชู 3 นิ้ว ผูกโบขาว แสดงสัญลักษณ์ต้านเผด็จการ
จะบอกไม่หวั่นไหวเสียเลยก็คงจะกระไรอยู่!??
จึงกลายเป็นคำถามว่าแล้วต่อจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น
จะทำมึนไม่สนใจ จะตั้งกรรมการมาพิจารณา จะซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ก็ไม่รู้จะไหวหรือไม่
จะยึดรูปแบบในอดีต อย่าง 6 ตุลา 19 ที่โหมกันเหลือเกินว่าจะกลับมาซ้ำรอย โดยจะปล่อยให้ประชาชนฆ่ากันเอง ก็อย่าลืมว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ทั่วโลกเขาจับตา และคนที่เป็นเหยื่อความรุนแรง ก็คือลูกหลานคนไทยด้วยกัน
หรือจะหน้ามืด มาแนวเดียวกับยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2553 เอาทหารใช้กระสุนจริงออกมาคืนพื้นที่จนมีคนตายร่วมร้อยศพ
ก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วนว่าถ้าเกิดขึ้นจริง จะยังมีที่ยืนอยู่ได้ไหม
ทางที่ดีก็คือจริงใจแก้ไขปัญหา แก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่
ก็เห็นว่าปลาบปลื้มกับคะแนนนิยมที่มากล้น ทำกติกาให้ยุติธรรมแล้วมาแข่งกันใหม่ ไม่ต้องพึ่งคะแนนเขย่ง ไม่ต้องพึ่งส.ว.
นี่คือวิธีที่เอาชนะม็อบอย่างใสสะอาดที่สุด
แต่หากคิดไม่ได้ และยังจะใช้วิธีอื่น
ก็นับถอยหลังรอเวลาได้เลย