วิกฤตคนตกงาน – นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การจ้างงานในปัจจุบันมีความน่ากังวลมาก
พร้อมชี้ว่าเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2/2563 ติดลบถึง 12.2% ตัวเลข การว่างงานจึงเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากช่วงก่อนการล็อกดาวน์ อัตราการว่างงานเพียง 1% หรือประมาณ 4 แสนคน ขณะนี้พุ่งสูงขึ้นเป็น 8 แสนคน หรือ 1.95%
ประกอบกับหลายประเทศยัง ไม่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ ผล กระทบจากโควิด-19 ครอบคลุมไปทั่วโลกทั้ง 5 ทวีป จึงไม่สามารถทำทราเวล บับเบิลได้อย่างน้อยอีก 6 เดือน ถึง 1 ปี ส่วนการส่งออกก็ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ตัวผู้ติดเชื้อซึ่งขณะนี้พุ่งสูงขึ้นกว่า 22 ล้านคนทั่วโลกแล้ว ก็ยิ่งสร้างความตระหนก ถ้าไม่สามารถคิดค้นวัคซีนรักษาและป้องกันเชื้อไวรัสร้ายนี้ได้โดยเร็ว
ผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยหอการค้า ไทย ยังพบว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นภายใน 6 เดือนจนถึงสิ้นปี ธุรกิจเอสเอ็มอีอาจต้องปลดคนงานสูงถึง 2 ล้านคน สอดคล้องกับตัวเลขจากสภาพัฒน์ ที่ทำให้เห็นว่าผลกระทบการว่างงานระยะแรกเกิดขึ้นแล้ว
นายธนวรรธน์ยังแนะให้จับตา ดูว่า ศบศ.จะจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยขนาดไหน หากมาตรการเศรษฐกิจที่ออกมามีผลสำเร็จ อัตราการว่างงานในช่วงปลายปีไม่ควรถึง 1.5 ล้านคน แต่หากปลายปีเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นก็มีโอกาสที่จะเห็นตัวเลขการว่างงานสูงถึง 2 ล้านคนได้
ผลกระทบจากโควิด-19 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ปัญหาคนตกงาน กับคนเป็นหนี้มากขึ้น
ส่วนปัญหาหนี้สินครัวเรือนนั้น ประชาชนไม่ได้อยากก่อหนี้เพิ่ม แต่มีความจำเป็นจึงต้องก่อหนี้ เพราะรายได้จำกัด
หากรัฐบาลไม่สามารถทำให้จีดีพีพลิกฟื้นได้ในปลายปีอาจเห็นระดับหนี้ครัวเรือนทะลุ 85%
นอกจากภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และภาคบริการ จะเลิกจ้างลดคนลงแล้ว ยังส่งผลกระทบถึงการจ้างใหม่ด้วย
คาดการณ์กันว่าบัณฑิตที่จบมาใหม่ประมาณ 4 แสนคนอาจจะต้องตกงานอย่างน้อยประมาณปีครึ่งถึง 2 ปี
เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง