ส่วนหนึ่งของปัญหา – ยังคงเป็นปัญหาทางการเมืองสำคัญที่รัฐบาลต้องเผชิญ สำหรับการชุมนุมของกลุ่มประชาชน นิสิต นักศึกษา
ที่ยื่นข้อเสนอเรียกร้อง 3 ข้อหลัก นั่นก็คือหยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา
แต่ก็ดูเหมือนว่าข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้มีอำนาจ
โดยเฉพาะข้อเรียกร้องเรื่องการหยุดคุกคามประชาชน ดังจะเห็นได้จากการออกหมายจับ หมายเรียก ควบคุมตัวกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง
เพราะแม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม จะประกาศต่อสาธารณะชัดเจนว่าพร้อมรับฟังผู้เห็นต่าง แต่ในระดับเจ้าหน้าที่ก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
จนอดคิดไม่ได้แล้วว่าอีก 1 ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ ก็คือตัวของพล.อ.ประยุทธ์นั่นเอง
ที่ไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ และกำชับสั่งการเจ้าหน้าที่ใดๆ ให้ดำเนินการตามนโยบายของตัวเองได้
และหากย้อนผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ เอาแค่มารับตำแหน่งครั้งที่ 2 ไม่ต้องไปพูดถึงการเป็นนายกฯจากการปฏิวัติ ใช้อำนาจจับกุมคุมขังคนเห็นต่าง หรือกระทั่งเขียนรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจคสช.
ก็มีปัญหามากโขที่มองเห็น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ที่พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความสามารถเป็นหัวหน้าทีมเอง
แทนที่เศรษฐกิจจะพุ่งขึ้นกลับพุ่งลงอย่างน่าตกใจ แน่นอนคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีปัญหาโควิด
แต่ก็มีปัญหาเรื่องบริหารงานบุคคลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ลาออกตั้งแต่กลางเดือนก.ค. แทนที่จะหาคนมาทำงานโดยเร็วกลับทอดเวลานับเดือน เหมือนปัญหาไม่วิกฤต
ไม่เพียงแค่นั้นอีกตำแหน่งของพล.อ.ประยุทธ์ ก็คือรมว.กลาโหม ซึ่งก็มีแต่เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจ้องจะซื้ออาวุธ ปัญหาปฏิรูปกองทัพที่ผบ.ทบ.แถลงเหมือนจะจริงจัง สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
นั่งคุมตำรวจเอง ก็ปล่อยปละจนมีเรื่องอย่างคดีบอส อยู่วิทยา ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องเรื่องการทำสำนวน จนต้องตั้งกรรมการสอบกันขึ้นมาวุ่นวาย
นี่เป็นแค่ปัญหาส่วนเดียวที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในกำกับดูแลของพล.อ.ประยุทธ์ทั้งนั้น
แล้วจะลอยตัว ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย มันก็คงจะดูยังไงๆ อยู่
จึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าตัวพล.อ.ประยุทธ์ เองแล้วก็คือส่วนหนึ่งของปัญหา
ก็คงจะไม่ผิดใจความสำคัญ