คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
‘ง่าย’หรือ‘มักง่าย’ – หายใจโล่งอกได้อีกเปลาะหนึ่งสำหรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ ที่การชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนผ่านพ้นไปโดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นมาในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐมีกองทัพหนุนหลังมีตำรวจรับสนองคำสั่งอย่างไม่อิดออดแม้จะอยากลอยตัวอยู่เหนือปัญหาขนาดไหนเหมือนที่เคยทำมาตลอดก็คงจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้จริงๆ
อย่างไรก็ตามแม้การชุมนุมจะเว้นระยะไปโดยนัดหมายใหม่ในวันที่ 24 ก.ย. เพื่อจับตาดูการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญของเหล่าส.ส.และส.ว. ก็ยังไว้วางใจไม่ได้
เนื่องจากหากรัฐบาลยังไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ของประเทศได้อย่างแท้จริง
กระแสไม่เอานายกฯประยุทธ์ไม่เอารัฐบาลก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและกระจายไปยังกลุ่มที่เคยสนับสนุนด้วยซ้ำ
เอาแค่ตัวอย่างง่ายๆในการแก้ไขปัญหาของเหล่ารัฐมนตรีที่อยู่ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่สะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพ และการมองปัญหาไม่ขาดและส่งผลกระทบต่อประชาชน
อย่างแรกก็คือกรณี ‘ถ้ำนาคา’ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจ.บึงกาฬ ที่การท่องเที่ยวบูมอยู่ดีๆ ประชาชนจะได้ลืมตาอ้าปากหนีจากวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ถูกพิษโควิดกระทบ
พอมีข่าวว่านักท่องเที่ยวทิ้งขยะไปจับหินจนกลัวจะเสียหายนายวราวุธศิลปอาชารมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ก็สั่งเปรี้ยงปิดแหล่งท่องเที่ยวทันที
ทั้งที่การแก้ปัญหามีอีกตั้งหลายทางกลับเอาง่ายเข้าว่าโดยไม่คิดเลยว่ากระทบกับปากท้องชาวบ้านกันสักแค่ไหน
เรื่องที่สองก็คือการยกเลิกสถานพยาบาลบัตรทอง 64 แห่งของกระทรวงสาธารณสุข ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส่งผลให้กระทบผู้ใช้สิทธิ์เกือบล้านราย เรื่องทุจริตก็ต้องแก้ไข แต่วิธีการแก้มันมีมากกว่าสั่งยกเลิกแล้วกระทบชาวบ้านหรือไม่
แม้จะเข้าใจได้ว่าทั้ง 2 รัฐมนตรีมาจากตระกูลใหญ่โตอาจมีปัญหาเรื่องการรับรู้ความทุกข์ยากของประชาชน
รวมทั้งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์การแก้ปัญหาต่างๆว่าเอาแค่ ‘ง่าย’ หรือเป็นการ ‘มักง่าย’
ประชาชนเขาดูออก!??