คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
คนละครึ่งครบ10ล้านคน – โครงการ “คนละครึ่ง” เป็นโครงการของรัฐบาลที่ออกมาหวังช่วย ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไป
โดยรัฐจะช่วยจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปให้ครึ่งหนึ่งหรือ 50% เมื่อซื้อสินค้าจากร้านที่เข้าร่วม จำกัดไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และรวมวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน รวมจำนวน 10 ล้านคนตลอดระยะเวลาโครงการ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ครบตามจำนวนที่ 10 ล้านคนแล้ว หลังจากเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.
หลังจากนี้ระบบจะตรวจสอบคุณสมบัติ หากผ่านเกณฑ์ผู้ลงทะเบียนจะได้รับเอสเอ็มเอสแจ้งยืนยันสิทธิ์ โดยเร็ว ส่วนยอดลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบและยอดผู้ได้รับสิทธิ์ที่ถูกตัดสิทธิ์จากการไม่ใช้จ่ายภายใน 14 วัน จะรวบรวมมาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใหม่ต่อไป
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 ต.ค. 2563 เวลาเที่ยงตรง มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 4.03 แสนร้านค้า
แบ่งเป็นร้านหาบเร่แผงลอย 5 หมื่นร้านค้า ร้านค้าที่มีหน้าร้าน 1.7 แสนร้านค้า ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 1.25 แสนร้านค้า ร้านธงฟ้า 4.23 ร้านค้า ร้านโอท็อป 1.05 หมื่นร้านค้า และร้านประเภทอื่นๆ อีก 4.64 หมื่นร้านค้า
ในส่วนนี้มีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ ประมาณ 2 แสนร้านค้า และมีร้านค้าที่เริ่มมีการใช้จ่ายจริงตามโครงการ ทั้งสิ้น 1.32 แสนร้านค้า
คาดว่ามียอดการใช้จ่ายสะสม 1.25 พันล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 626.97 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 598.47 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 229 บาทต่อครั้ง
สำหรับจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรี ธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่
จากนี้ไปกระทรวงการคลังกับธนาคารกรุงไทย ในฐานะผู้ดูแลระบบของโครงการ จะติดตามตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติที่ เกิดขึ้น
ถือว่าเป็นอีกโครงการประชานิยม ที่รัฐบาลทุ่มเงินละเลงลงไป หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากจากจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์จำนวน 10 ล้านคน
จะได้ผลหรือไม่ อย่างไร ในวันที่ใช้สิทธิ์จริง ก็คงจะได้รู้กัน!!