คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
อย่าให้บานปลาย – กรณีมวลชนกลุ่มหนึ่ง ชูอุดม การณ์รักสถาบัน ก่อม็อบประท้วงทีมหาเสียงและประธาน คณะก้าวหน้า ที่จ.นครศรีธรรมราช เป็นเรื่องน่าคิด
มีการรวมกลุ่มมวลชนที่โรงแรม สถานที่นัดหมายพบปะพูดคุย ระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครนายกอบจ.และส.อบจ.
เปิดการไฮด์ปาร์กอยู่ด้านหน้า
พร้อมกับตรวจตรารถทุกคันที่เดินทางออกจากโรงแรม
แต่ก็มีอยู่หนึ่งคัน ที่ติดฟิล์ม หนาทึบ ไม่ยินยอมทำตาม มีการ กรูกันเข้าไปปิดล้อม แต่ก็ยังดีที่ไม่มีเหตุรุนแรงมากกว่านี้
นอกจากนี้ นายธนาธรยังมีนัดหมายกินกาแฟพูดคุยกับคนหนุ่มสาวและผู้สนับสนุนที่ร้านกาแฟชื่อดัง ของจังหวัด แต่ปรากฏว่าร้านดังกล่าวก็ชิงปิดไปเสียก่อน 2 วันติดกัน
กรณีที่เกิดขึ้นกับนายธนาธรมีผู้เอาไปเปรียบเทียบกับกรณีนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถหาเสียงได้ในปี 2554 ในบางพื้นที่
แต่อันที่จริงเป็นคนละกรณีกัน
กรณีของนายอภิสิทธิ์กับพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์สลายม็อบเสื้อแดงกลางเมืองหลวง ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคน
เป็นคู่กรณีที่ทำให้เกิดการสูญเสีย ไม่แสดงความรับผิดชอบ และไม่มีความเป็นธรรมทางคดี
แต่นายธนาธรเป็นการถูกกล่าวหาว่าเป็นปฏิปักษ์กับสถาบัน และมีผู้นำไปปลุกปั่นขยายผลในเรื่องนี้ จนกลายเป็นการสร้างความเกลียดชัง
กลุ่มก้าวหน้าไม่มีปัญหาเรื่องการช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นตามข้อกำหนดกกต. ขณะที่พรรคการเมืองอื่นติดขัดด้วยเงื่อนไขนี้
การต่อต้านนายธนาธรจึงเป็นเรื่องทั้งประเด็นอุดมการณ์รักสถาบัน
และเกี่ยวพันถึงการหาเสียง เลือกตั้งท้องถิ่นด้วย