อย่าผิดซ้ำผิดซาก!!
: คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม โดย รุก กลางกระดาน
เพิ่มอุณหภูมิการเมืองให้ร้อนแรงขึ้นมาอีกทันที เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ประกาศใช้กฎหมายทุกมาตราดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม
ซึ่งหมายถึงมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ในเรื่องการดูหมิ่นหรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ด้วย
โดยพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าเป็นเพราะประชาชนส่วนใหญ่รับไม่ได้กับการละเมิดสถาบันที่ปรากฏขึ้นอยู่ในปัจจุบัน
ขณะที่มีผู้หวังดีพยายามตักเตือนว่า กรณีดังกล่าวอาจส่งผลให้เข้าใจไปได้ ว่าเป็นการดึงสถาบันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง
อันจะกระทบพระเกียรติยศกับพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดข้อกังวลเรื่องการกลั่นแกล้งรังแก
เนื่องจากกฎหมายมาตราดังกล่าวไม่จำกัดผู้เสียหาย ใครจะเป็นผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีก็ได้
เหมือนกรณี ‘อากง’ ที่ถูกเลขานุการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี
จบลงด้วยคำพิพากษาจำคุก 20 ปี และต่อมา ‘อากง’ ก็เสียชีวิตในคุก
ผลกระทบของคดีนี้เป็นอย่างไรคงจำกันได้
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ยังให้สัมภาษณ์ว่าในหลวงทรงมีพระเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณกำชับโดยตรงมาไม่ให้ใช้ม.112
แล้วทำไมเวลาผ่านมา 5 เดือน พล.อ.ประยุทธ์ ถึงเปลี่ยนท่าที !??
จริงๆ แล้วที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ สามารถแก้ปัญหาการเมืองเหล่านี้ได้ตั้งแต่แรก
เริ่มตั้งแต่การฟังข้อเรียกร้องของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัดอำนาจส.ว. แต่แทนที่สภาจะพิจารณาอย่างปกติ กลับถูกเกม ยื้อเวลาของส.ส.พปชร. และส.ว. และ ในที่สุดร่างของประชาชนก็ถูกตีตก
ปัญหาการคุกคามประชาชน ที่แม้ นายกฯ จะประกาศให้ถอยคนละก้าว แต่กลับเดินหน้าสาดคดี ตามด้วยสาดน้ำ และแก๊สน้ำตาให้ประชาชน
หรือแม้กระทั่งข้อเรียกร้องให้ลาออก แทนที่จะมีการทบทวนตัวเองกลับตอบโต้ด้วยคำว่า “ผมผิดอะไร”
ทั้งหมดล้วนเป็นจังหวะที่หากพล.อ.ประยุทธ์ แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา ก็สามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก
เมื่อเลือกเส้นทางตรงกันข้าม ก็ไม่แปลกที่สถานการณ์จะลุกลามบานปลายยิ่งขึ้น และส่อให้เกิดวิกฤตบ้านเมืองในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จึงยังมีโอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์ จะชักม้าริมผา
อย่าทำผิดซ้ำผิดซากอีกเลย!??
โดย รุก กลางกระดาน