คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
แถลงการณ์19พ.ย. ผลต่อม็อบ25พ.ย.? – สถานการณ์เผชิญหน้ารัฐบาลกับม็อบฝ่ายต่อต้านมาถึงจุดเปราะบางอีกครั้ง
เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกแถลงการณ์ประกาศงัดกฎหมายทุกฉบับ-ทุกมาตราเข้าจัดการกับแกนนำและผู้ชุมนุม
นักวิชาการรัฐศาสตร์หลายคนแสดงความกังวล แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ต่างจากการเติมเชื้อไฟ อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นหลังจากที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยส.ส.รัฐบาลและส.ว.ร่วมโหวต
ปัดตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์
สังคมรับรู้โดยทั่วไปถึง 3 ข้อเรียก ร้องของผู้ชุมนุม หนึ่งในนั้นคือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนกว่า 1 แสนคนได้รับความคาดหวังจะช่วยลดอุณหภูมิสถานการณ์ให้เย็นลง
แต่เมื่อสิ่งที่ปรากฏไม่เป็นดั่งคาดหวัง ซ้ำเติมด้วยท่าทีแข็งกร้าวของพล.อ.ประยุทธ์ผ่านแถลงการณ์ 19 พฤศจิกายน
เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณแตกหักกับ ผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต้านอำนาจรัฐ
ปิดตายประตูทางออกจากวิกฤตการเมืองด้วยสันติเจรจา
แกนนำผู้ชุมนุมตั้งคำถามดังๆ ต่อแถลงการณ์ดังกล่าวว่ารัฐบาลต้องการรบกับประชาชนใช่หรือไม่
นอกจากร่างฯ ไอลอว์โดนเท พล.อ. ประยุทธ์ยังแสดงท่าทีชัดเจนอีกครั้งว่าไม่ลาออก
ขณะที่ผู้ชุมนุมไม่ว่ากลุ่มเยาวชนปลดแอก คณะราษฎร กลุ่มราษฎร และเครือข่ายต่อต้านรัฐบาลหลายกลุ่ม ได้ประกาศชัดเจนเช่นกันถึงหมุดหมายการชุมนุมใหญ่วันพุธ 25 พฤศจิกายน ว่าอยู่ ณ สถานที่แห่งใด
ถึงเป็นการนัดชุมนุมก่อนการมีแถลงการณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ แต่ต่อมาในภายหลังเมื่อได้รู้ซึ้งถึงเนื้อหาใจความสำคัญของแถลงการณ์ แกนนำและผู้ชุมนุมก็ไม่ได้แสดงอาการกริ่งเกรงหวาดกลัวแม้แต่น้อย
อย่างที่นักรัฐศาสตร์แสดงความห่วงใย แถลงการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต่างจากการเติมเชื้อไฟ ให้สถานการณ์ทวีความร้อนแรงมากขึ้น
เหมือนที่เคยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงแล้วก็ต้องยกเลิกในที่สุด ครั้งนี้ก็ไม่น่าต่างกัน
ทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่เกรงกลัวกฎหมาย
เพียงแต่เขาไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจซึ่งมีที่มาไม่ชอบธรรมแล้วมาสั่งการบังคับใช้กฎหมาย
กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงต่างหาก