คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
อย่าให้‘อุ้มหาย’ เป็นเรื่องปกติ – กลายเป็นประเด็นการเมืองที่ ร้อนแรงขึ้นมาอีก ท่ามกลางการระบาดของโรคติดต่อโควิด-19
เมื่อมีประชาชนอย่างน้อย 3 ราย ถูกอุ้มไปอย่างต่อเนื่อง
2 รายนั้นปรากฏชัดแล้วว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยรายแรกคือ ‘นิว’ น.ศ.มธ. ชั้นปีที่ 1 ที่ถูกตำรวจสภ.คลองหลวงบุกจับกุมเมื่อกลางดึกวันที่ 13 ม.ค. คุมตัวจาก หอพักใกล้มธ.รังสิต โดยอ้างความผิดตามมาตรา 112
พร้อมแจ้งเพื่อนๆ ของนิวว่าจะนำไปคุมตัวไว้ที่ตชด.ภาค 1 แต่สุดท้ายก็นำตัวไปไว้ที่สภ.คลองหลวง แถมระหว่างที่ควบคุม ยังบุกเข้าตรวจค้นห้องพัก โดยปราศจากหมายค้น
รายที่ 2 คือ อาร์ต นายทศเทพ ดวงเนตร การ์ดกลุ่มวีโว่ ที่ถูกตำรวจสภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ คุมตัวไปขังที่สภ.ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา อ้างความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จากการพ่นสีใส่สาธารณสมบัติ
ยึดโทรศัพท์มือถือ และไม่ให้โอกาสติดต่อทนายความ จนกระทั่งเรื่องผ่านไปร่วม 50 ชั่วโมง จึงมีกลุ่มการ์ดมาทวงถามที่สภ.
และในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวไป โดยแจ้งเพียงความผิดพ.ร.บ.รักษาความสะอาด
ส่วนอีกคน คือ ‘เยล’ ที่ถูกมือมืดใช้ถุงคลุมหัวลากเข้าไปขังในรถตู้เมื่อคืนวันที่ 16 ม.ค. เอามือถือและบังคับให้บอกรหัส โดยกรณีนี้คนก่อเหตุอ้างตัวเป็นจนท.กอ.รมน. สุดท้ายก็ปล่อยตัวออกมา
ทั้ง 3 กรณีคือสิ่งที่ไม่ธรรมดา ที่ เกิดขึ้นกับประชาชาชน
ยิ่งการแสดงออกของโฆษกตร. ที่ไม่พบความกระตือรือร้นในการติดตามหาตัวคนหาย รวมทั้งคลี่คลายการปาระเบิดป่วนพื้นที่ชุมนุมที่หน้าสามย่านมิตรทาวน์
ท่าทีของเจ้าหน้าที่ในเวลานี้ เห็นได้เลยว่าไม่ปกติ
น่าจะมีใบสั่งพิเศษมาจากผู้มีอำนาจ
ไม่ใช่แค่การนิติสงคราม แต่ยังลุกลามถึงมีการอุ้ม
ซึ่งน่าวิตกว่า หากเลือกวิธีใช้แล้ว จะเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้น??
จึงเป็นเรื่องที่ต้องทบทวนอย่าผิดซ้ำผิดซาก อย่าให้ใช้วิธีนอกกฎหมาย ปล่อยให้การอุ้มหายเป็นเรื่องปกติ
อย่าให้เกิดกรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ขึ้นในแผ่นดินไทย
เพราะหากปล่อยให้เกิดขึ้น จุดจบก็ทุกเรื่องคงอยู่อีกไม่ไกลจริงๆ