คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ศึกซักฟอก ชี้ชะตา พปชร. – เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ร้อนแรงทางการเมือง
ในสภาต้องติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ตามโปรแกรม 4 วัน 16-19 ก.พ. โหวตลงคะแนนวันรุ่งขึ้น 20 ก.พ.
ฝ่ายค้านได้รับจัดสรรเวลา 42 ชั่วโมง เฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมงครึ่ง
รัฐบาลไม่ค่อยกังวลกับศึกครั้งนี้เท่าใดนักเพราะเชื่อว่าฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลเด็ดหรือใบเสร็จที่จะล้มรัฐบาลได้จริง
แต่เพื่อความไม่ประมาทได้จัดตั้งวอร์รูม เปิดคอร์สติวเข้มเชิญ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายเนติบริกร มาช่วยเก็งข้อสอบแนะแนวการตอบคำถาม
ถึงอย่างนั้นมีรัฐมนตรีบางคนกังวลเรื่องคลื่นใต้น้ำในพรรคพลังประชารัฐ ที่จ้องเขย่ากันเองมากกว่า
อย่างที่รู้กันในพรรคพลังประชารัฐแบ่งกันเป็นหลายกลุ่มก๊วน ที่เป็นข่าวสะพัดทางหน้าสื่อเรื่องมีอยู่ว่าแกนนำที่เป็นรมช.บางคน ต้องการได้คะแนนไว้วางใจมากกว่ารมว.พรรคเดียวกันแต่คนละกลุ่ม
เพื่อดิสเครดิต หวังผลให้เกิดการปรับครม.หลังการอภิปรายเพื่อตนเองจะได้ขยับขึ้นชั้นเป็นรมว.
มีการล็อบบี้ให้ส.ส.พรรคงดออกเสียง หรือถึงขั้นโหวตไม่ไว้วางใจ ให้ได้คะแนนส่วนต่างถึง 30 เสียง รวมไปถึงส.ส.งูเห่าในฝ่ายค้าน
จริงไม่จริงไม่มีใครรู้ แต่พอข่าวถูกปล่อยออกมา แกนนำและรัฐมนตรีพลังประชารัฐต้องรีบปิดห้องเคลียร์ใจกันขนานใหญ่
สรุปสุดท้ายเป็นร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ที่บอกว่ากระแสข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องที่รู้สึกและคิดกันไปเอง เพราะตนมีแต่ช่วยเหลือประสานส.ส.พรรคให้ช่วยสนับสนุนรัฐมนตรีทุกคนที่ถูกอภิปราย
และก่อนหน้านี้ก็ได้พูดคุยกับ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่มาขอให้ช่วยอธิบายความไม่เข้าใจต่างๆ กับส.ส.ในพรรค แต่กับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่มีข่าวเป็นเป้าเขย่าด้วยนั้น ยังไม่ได้คุย
อีกทางหนึ่ง นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลก็ยืนยันในพรรคพลังประชารัฐไม่มีการแบ่งก๊ก ถ้าจะมีก็มีก๊กเดียว คือก๊ก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค
ก็แก้ตัวแก้ต่างกันไป จริงเท็จประการใดต้องติดตามห้ามกะพริบตา