คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
วุฒิภาวะตำรวจ – กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง สำหรับเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา
สำหรับกรณีการปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ที่เข้าปราบปรามประชาชนด้วยความรุนแรง มีการใช้ไม้กระบองฟาด ฉุดกระชากลากถู และรุมกระทืบด้วยรองเท้าคอมแบ็ต
ทุกเหตุการณ์มีภาพ มีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานทั้งหมด
แม้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจะระบุว่าเป็นเพราะคนกลุ่มนี้ใช้ความรุนแรง สร้างสถานการณ์นำไปสู่การจับกุมดำเนินคดี
ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแยกส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้เห็นขั้นตอนลำดับขั้น ไม่ใช่เอาไปปนเป จนปราศจากหลักการ และหลักกฎหมาย
เริ่มที่การชุมนุมวันที่ 13 ก.พ. เกิดขึ้นโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยแกนนำที่ถูกจับกุมในข้อหา ม.112 และม.116 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว แต่ศาลไม่ให้ประกัน
ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังศาลหลักเมือง มีการกระทบกระทั่ง แกนนำยุติการชุมนุม แต่ก็ยังเกิดเหตุชุลมุน มีการปาระเบิดปิงปองใส่ฝ่ายจนท.
ตำรวจเริ่มใช้กำลังจับกุม และควบคุมตัวผู้ชุมนุมไปดำเนินคดี!??
ตรงนี้แหละที่เป็นปัญหา เนื่องจากภาพที่ออกมาก็คือการใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อประชาชน และดูจะเกินเลยจากที่กรอบกฎหมายกำหนดไว้
เพราะแทนที่จะควบคุมตัวตามแบบสากล ใช้เครื่องพันธนาการ กุญแจมือ สายรัดข้อมือ กลับเป็นการรุมกระทืบกันแทบไม่ยั้ง
ทำตัวเหมือนอันธพาลตีกัน!??
ไม่ต้องทำกับอาสาสมัครทางการแพทย์หรอก ทำกับประชาชนทั่วไปก็ย่ำแย่ถึงที่สุดแล้ว
จึงต้องเตือนสติว่าการที่ตำรวจได้รับอภิสิทธิ์ในการถืออาวุธ ก็เพื่อให้ดูแลบ้านเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย
ไม่ใช่เป็นอำนาจโดยธรรม ที่จะดำเนินการอย่างไรก็ได้
และต้องจำเอาไว้ว่าตำรวจกับโจร ไม่ได้แตกต่างกันที่แต่งเครื่องแบบหรือไม่เท่านั้น
แต่อยู่ที่วุฒิภาวะและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม
ไม่เช่นนั้นต่อให้แต่งกายแบบไหนก็แยกกันยากจริงๆ!!?