คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ป้อมค่าย พปชร. ตีแตกจากภายใน – จบศึกนอกต้องว่ากันต่อเรื่องศึกใน
ดูจากตัวเลขคะแนนไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ถึงแม้ดาบอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านจะฟันรัฐบาลไม่เข้า
แต่ก็สร้างรอยปริแตกภายในพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพลังประชารัฐได้มากพอสมควร
สถานการณ์พรรคพลังประชารัฐนั้น กล่าวได้ว่าผลคะแนนญัตติซักฟอกที่ออกมาสอดรับกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น
ไม่ว่าคะแนนของพี่น้อง ‘3 ป.’ ที่ได้ใกล้เคียงกัน พี่ใหญ่ได้คะแนนสูงสุด 274 ส่วนพี่รองกับน้องเล็ก ได้เท่ากันคือ 272 ถือว่าไม่น่าเกลียด
ไม่ว่ากรณีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ หรือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่ได้คะแนนอันดับบ๊วย 258 กับรองบ๊วย 263 ไปครอง ก็เป็นไปตามกระแสข่าวก่อน หน้านี้
ว่าทั้ง 2 คนตกเป็นเป้าขย่มของรมช.พรรคเดียวกัน ซึ่งในระยะหลังแผ่ขยาย ‘พลังกล้วย’ กระทั่งดูดเอาส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ และส.ส.พรรคเล็กในรัฐบาลมาไว้ในมือได้จำนวนมาก กลายเป็นกลุ่มที่มีส.ส.มากที่สุดในพรรคกว่า 40 เสียง
น่าสังเกตอีกอย่างในกรณีนายณัฏฐพล และนายสุชาติ คือ นอกจากได้คะแนน ‘ไว้วางใจ’ ระดับบ๊วย กับรองบ๊วย
ทั้ง 2 คนยังได้คะแนน ‘ไม่ไว้วางใจ’ สูงสุดเป็นอันดับ 1 กับ 2 อีกด้วย ซึ่งเป็นผลพวงจากการที่ส.ส.พรรคเล็กในรัฐบาลลงมติไม่ไว้วางใจทั้งคู่นั่นเอง
ขณะที่รมช.จอมแจกกล้วยซึ่งถูกอภิปรายเช่นกันกลับได้รับคะแนนไว้วางใจสูงถึง 274 เสียง เท่ากับหัวหน้าพรรคที่เป็นรองนายกฯ แถมยังมากกว่านายกฯ กับรมว.มหาดไทย เสียด้วยซ้ำ
ดังนั้น ข่าวความเคลื่อนไหวในพรรคพลังประชารัฐก่อนวันลงมติ ที่ว่าทั้ง 2 รมว.กับ 1 รมช.จับเข่าเจรจาเคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้ว ตกลงว่าคะแนนไว้วางใจรัฐมนตรีพลังประชารัฐแต่ละคนจะออกมาใกล้เคียงกัน จึงไม่น่าจะจริง
เพราะถ้าจริง ก็แสดงว่าต้องมีการ ‘หักหลัง’ กันเกิดขึ้น
ศึกในพลังประชารัฐ สเต็ปต่อไปต้องจับตาความเคลื่อนไหวจากส.ส.บางกลุ่มในพรรคที่ต้องการให้เกิดการปรับครม. เอารมว.ที่ได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุดออกไป เพื่อผลักดันแกนนำกลุ่มที่ปัจจุบันเป็นรมช. ให้ขยับขึ้นเป็นรมว.แทน
ว่าจะบรรลุผลตามต้องการหรือไม่