ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ
คอลัมน์ทิ้งหมัดเข้ามุม
ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ – ยังต้องลุ้นกันใจหายใจคว่ำ สำหรับมาตรการควบคุมโควิดของรัฐบาล ที่แม้จะประกาศล็อกดาวน์ 10 จังหวัดสีแดงเข้มมาแล้วร่วมสัปดาห์
แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตกลับไม่ลดลง แถมยังมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้น จนศบค.ออกมาระบุว่า ต้องเพิ่มมาตรการคุมเข้มมากขึ้น
เอาเข้าจริงๆ ก็พอจะคาดการณ์ได้ เพราะแม้ใจศบค.อยากจะล็อกดาวน์ แต่ก็ไม่กล้าปิดกิจการทั้งหมด ซึ่งหมายถึงการเยียวยาที่มากกว่านี้
แทนที่จะเจ็บแล้วจบ ก็กลายเป็นเจ็บ แต่ไม่จบ
ส่วนจะทนได้อีกนานเท่าไหร่ ก็คงอยู่ที่ขีดความสามารถของประชาชน
ในขณะที่แผนควบคุมได้ผลต่ำกว่าที่คาด ทางออกอีกทางซึ่งก็คือการหาวัคซีนคุณภาพ ซึ่งตอนนี้ทั้งโลกรู้แล้วว่าชนิด mRNA มีประสิทธิภาพสูงสุด
ที่จะเป็นตัวหยุดยั้งเชื้อโรค เอาสังคมแบบเก่ากลับมา ซึ่งก็หมายถึงการฟื้นสภาพเศรษฐกิจ
ก็ไม่คืบหน้าไปไหนทั้งนั้น
กลับมีสูตรที่น่าตระหนก นั่นก็คือการฉีดวัคซีนไขว้ ใช้ซิโนแวค ที่เป็นวัคซีนเชื้อตายเข็มแรก ต่อด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ชนิดไวรัลเวกเตอร์ เป็น เข็ม 2
อ้างจะสร้างภูมิคุ้มกันได้มากยิ่งขึ้น!??
แต่สังคมกลับไม่เชื่อมั่น ซึ่งไม่ได้เกิดจากการไปแก้ประวัติหมอยง แพทย์ด้านไวรัสวิทยา ที่ปรึกษาของศบค. ว่าเป็นเซลส์ขายซิโนแวค
แต่เป็นเพราะกังขาว่ามีผลการวิจัยที่ไหน ระบุว่าการฉีดเช่นนี้ได้ผล และเป็นห่วงว่าหากฉีดวัคซีนแบบนี้ หากซิโนแวคไม่เวิร์ก เท่ากับว่าได้แอสตร้าฯ เพียงเข็มเดียว เสียโอกาสในการป้องกันโรคไปอีก
ที่สำคัญหลักการของการฉีดวัคซีนไขว้ โดยพื้นฐานวัคซีนตัวแรกก็ต้องมีประสิทธิภาพระดับหนึ่ง ก่อนจะบูส อีกชนิดที่ดีกว่า เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ ดียิ่งขึ้นไปอีก
แล้วหลักวิทยาศาสตร์อะไรที่จะทำให้จักรยานกลายเป็นรถสปอร์ต!??
ดังนั้นการจะให้ประชาชนเชื่อถือ ก็ต้องมีผลการศึกษาที่มีหลักประกันรับรอง
ไม่ใช่ให้คนเขาคิดไปว่าออกสูตรนี้มาเพื่อแก้ปัญหาซิโนแวค สั่งมาล้น และแอสตร้าฯ ส่งของให้ไม่ทัน อะไรแบบนั้นหรือเปล่า
อย่างน้อยเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นความตายของประชาชน ก็ขอให้ซื่อตรงกับวิชาชีพตัวเองสักนิด
แค่นั้นแหละ ที่ต้องการ!??
รุก กลางกระดาน