ทิ้งหมัดเข้ามุม – งบซื้อเรือดำน้ำ ไม่ควรมีแต่แรก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม สั่งกองทัพเรือชักฟืนจากเตาไฟ
ถอนเรื่องของบประมาณจัดซื้อเรือ ดำน้ำ 2 ลำ 22,500 ล้านบาทออกจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 65
แทนที่สังคมจะสรรเสริญกลับตรงกันข้าม
นั่นเพราะว่าจริงๆ แล้วงบฯ ส่วนนี้ไม่ควรเสนอขอมาตั้งแต่แรกเสียด้วยซ้ำ
การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบมาตลอด แม้ยามบ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ปกติ

โดยเฉพาะโครงการเรือดำน้ำจีนตามแผนจัดซื้อ 3 ลำ วงเงิน 36,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลคสช.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อนุมัติไว้ตั้งแต่เม.ย.60

หลายคนเชื่อว่าถ้าหากไม่ใช่ยุคคสช. โครงการซื้อเรือดำน้ำก็ยากที่จะแจ้งเกิด
ถึงปัจจุบันจัดซื้อไปแล้ว 1 ลำ เหลืออีก 2 ลำต้องผูกพันงบฯ 22,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม โครงการจัดซื้อเรือ ดำน้ำลำที่ 2-3 เคยถูกชะลอไว้ก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการตัดงบฯ โอนคืนเพื่อใช้แก้ไขปัญหาโควิด 4,130 ล้านบาท

ครั้งที่สองถูกตัดงบฯ ในขั้นคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณปี 64 วงเงิน 3,925 ล้านบาท
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้กองทัพเรือถอนเรื่องออกจากร่างพ.ร.บ. งบประมาณฯ 65 หลังถูกส.ส.พรรคฝ่ายค้าน บวกกับกระแสสังคมนอกและในโลก โซเชี่ยลกดดันโจมตีอย่างหนัก

ที่จริงรัฐบาลควรตระหนักได้ตั้งแต่แรก ในการจัดทำงบประมาณปี 64 อยู่ในช่วง โควิดระบาดในไทยใหม่ๆ ตอนนั้นคนป่วยไม่มาก คนตายแค่หลักหน่วย ยังไม่มีปัญหารอวัคซีน รอตรวจ รอเตียง รอเครื่องช่วยหายใจ
แต่โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำก็ยังไปต่อไม่ได้ในตอนนั้น
จวบจนปัจจุบันสถานการณ์โควิดรุนแรงกว่าเดิมหลายสิบเท่าจนรัฐบาล เอาไม่อยู่ ป่วยวันละเกินหมื่น ตายวันละเกินร้อย
การดันทุรังของบซื้อเรือดำน้ำ ต้องถามว่ารัฐบาลและกองทัพคิดได้ไง ใช้อะไรคิด พอเห็นว่าฝ่ากระแสไปต่อ ไม่ไหว จึงถอนเรื่องออก ก็เลยโดนกระแสตีกลับ ทำไมเพิ่งมาถอนเอาตอนนี้
ตอนนี้โลกทั้งใบอยู่ในสงครามโควิด วัคซีนคืออาวุธสำคัญ ไม่ใช่เรือดำน้ำ

รัฐบาลพาประเทศชาติประชาชนรอดพ้นมหาวิกฤตโควิดให้ได้เสียก่อน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ค่อยมาคุยเรื่องซื้อเรือดำน้ำ
แต่ถ้ายิ่งอยู่นานประเทศชาติยิ่งล่มจม สำหรับรัฐบาลอย่าว่าแต่เรือดำน้ำ
แม้แต่ที่จะยืนก็อาจจะไม่มีให้

มันฯมือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน