เข้าสู่ภาวะวิกฤตแน่นอน สำหรับสถานการณ์โลกระหว่างข้อพิพาทระหว่างรัสเซีย และยูเครน ที่ไม่จบง่ายๆ และพัฒนากลายเป็นความขัดแย้งนานาชาติ

เมื่อการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และมาตรการตอบโต้ ที่แม้ยังไม่เข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ แต่ก็ส่งผลกระทบแล้วในเรื่องของเศรษฐกิจ

ซึ่งประเทศไทยเองก็หนีผลกระทบนี้ไปไม่ได้

อย่างล่าสุดสถานการณ์พลังงานโลกเริ่มมีปัญหา เพราะรัสเซียเองเป็นผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันดับ 2 ของโลก

เมื่อน้ำมันขึ้นราคา ก็ส่งผลให้สินค้าอื่นขึ้นตามไปด้วย อย่างน้อยก็มีนมข้นหวาน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารสัตว์ที่จ่อคิวขึ้นราคา

ไม่รวมสินค้าการเกษตรในประเทศ ที่ประสบภาวะภัยแล้งจนราคาผักพุ่งพรวดจนตามแทบไม่ทัน

จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการรับมือเรื่องทั้งหมดอย่างเร่งด่วน

การประกาศให้ใช้สินค้าทดแทน อย่างมะนาวแพงไปกินมะม่วง หรือมะขามเปียกนั้น

รวมทั้งเรื่องน้ำมันแพง ก็บอกให้ประหยัดน้ำมัน ลดการใช้รถส่วนตัว อ้างว่าเป็นการช่วยรัฐบาล และช่วยชาติ

การแก้ไขปัญหาในระดับนี้ ทั้งการใช้สินค้าทดแทน การใช้รถน้อยลงเป็นเรื่องที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเขาแก้ปัญหากันเองได้อยู่แล้ว

สิ่งที่ต้องการจากรัฐบาลที่อยู่ได้จากภาษีของประชาชน ก็คือวิสัยทัศน์และแนวทางการแก้ไข หรือหามาตรการรองรับในระดับรัฐ

อย่างเรื่องการลดใช้รถส่วนตัวนั้น ก็ต้องถามว่ารัฐบาลทำอะไรให้เกิดปัจจัยเช่นนั้นบ้าง รถโดยสารสาธารณะเป็นอย่างไร ปฏิวัติมา 8 ปี รถไฟความเร็วสูงไปถึงไหน

คมนาคมในกทม. รถเมล์ยังเป็นรุ่นเดิม เพิ่มเติมคือค่ารถไฟฟ้าที่แพงหูฉี่

พลังงานแพง ตอนที่นานาประเทศเขากระตือรือร้นเรื่องรถพลังงานไฟฟ้า กลับไม่สนใจ เหมือนไม่รู้เท่าทัน มา กลับตัวทีหลังก็ช้าไปไม่ทันการณ์

หากบ้อท่าจริงๆ หาทางแก้ไม่ได้ จะต้องให้ประหยัด ก็ต้องเป็นผู้นำทำให้เป็นตัวอย่าง

ไม่ใช่ใช้รถหลวง น้ำมันหลวง รัฐมนตรีแต่ละคนขบวนรถนำ รถตาม รถแห่ เป็นเด็กน้อยไปไหนเองไม่ได้

แล้วพอมีปัญหาก็เอามาโทษประชาชน

เข้าใจหรือยังว่าทำไมทั่วโลกเขาอยากมีผู้นำฉลาด!??

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน