อุณหภูมิทางการเมืองร้อนฉ่าขึ้นมาทันใด เมื่อได้ฤกษ์เปิดสมัยประชุมสภาอีกครั้ง
แม้ไฮไลต์ครั้งนี้จะอยู่ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของสภาชุดนี้ ยังมีเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน นั่นก็คือการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566
ที่ฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ประกาศแล้วว่าพร้อมคว่ำร่างตั้งแต่วาระแรก
ให้เหตุผลว่าเป็นการจัดงบประมาณที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง ไม่ได้แก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ
ไม่ว่าจะซุกงบประมาณส่วนใหญ่เป็นงบกลางกว่า 5 แสนล้านบาท โดย 80 เปอร์เซ็นต์เป็นงบบำเหน็จบำนาญ งบจ่ายชดเชยหนี้ย้อนหลังในอดีต
ทั้งยังมีการกู้เงินจนเต็มเพดาน แถมยังซุกงบการจัดซื้อเครื่องบิน เอฟ 35 จำนวน 2 ลำ ลำละ 2.7 พันล้านบาท
ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน พร้อมระบุว่าก่อนหน้านี้เคยปล่อยผ่านในวาระแรก หวังว่าจะแก้ในวาระ 2 และ 3 แต่รัฐบาลก็ใช้พวกมากลากไป จนไม่เคยมีการปรับแก้
จึงต้องคว่ำตั้งแต่วาระแรก!!!
แต่แทนที่รัฐบาลเอง จะชี้แจง รายละเอียดว่าข้อกล่าวหาจริงหรือไม่ กลับอ้างฝ่ายค้านเล่นการเมือง อ้างว่าประชาชนจะเดือดร้อน
คนละเรื่องกับคำถาม!??
รัฐบาลจึงจำเป็นจะต้องชี้แจงว่างบ ปีนี้ เหมาะสมถูกต้องแล้วหรือไม่ ตอบสนองต่อวิกฤตของประเทศขนาดไหน
หากทำถูกต้องแล้ว ไม่มีงบจัดซื้ออาวุธ ขณะที่ประชาชนยังอดอยากยากแค้น ใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากภาษีประชาชนอย่างคุ้มค่า
หากชี้แจงได้ทั้งหมด ถ้างบประมาณไม่ผ่าน ประชาชนย่อมรู้ว่าฝ่ายค้านเล่นการเมือง และจะถูกลงโทษในอนาคต
แต่หากเป็นไปตามที่กล่าวหา แถมยังชี้แจงไม่ได้ว่าทำไมใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย แก้ปัญหาไม่ถูกจุด ทำไมจัดงบประมาณเหมือนเดิมทุกปี หน่วยงานที่เคยได้มาก ก็ได้มากเหมือนเดิมไม่เคยปรับลด แต่ที่เกี่ยวพันกับประชาชน ส่วนใหญ่กลับตรงกันข้าม
ก็สมควรแล้วที่จะถูกคว่ำ
และเป็นเรื่องรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐบาลที่จะต้องยุบสภาหรือลาออก
ถ้าทำกล้ารับ ไม่เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน
เป็นลูกผู้ชายให้ได้สักครึ่งนึงอย่าง ที่ชอบอ้าง แค่นี้ก็ดีถม!!!
รุก กลางกระดาน