ผ่านแบบไม่ต้องลุ้นสำหรับการโหวตอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 66 วาระแรก ที่ผลออกมารับหลักการ 278 เสียง ไม่รับหลักการ 194 เสียง ทิ้งห่างกัน 84 เสียง

จากการเช็กรายชื่อพบว่าใน 278 เสียงรับหลักการ มีส.ส.งูเห่าจาก ฝ่ายค้านรวมอยู่ด้วย 12 คน แยกเป็นเพื่อไทย 7 ก้าวไกล 4 ประชาชาติ 1

ถ้านับคะแนนแบบเรียลไทม์ เท่ากับตอนนี้ส.ส.ในสภาทั้งหมด 477 เสียง เป็นของรัฐบาลจากเดิม 269 บวก 12 เป็น 281 เสียง ส่วนฝ่ายค้านเดิมมีอยู่ 208 หักงูเห่าไป 12 เหลือ 196

ห่างกันถึง 85 เสียง ไม่ใช่น้อยๆ

ผลโหวตงบฯ ที่รัฐบาลชนะขาดด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 238 เสียงไปถึง 50 เสียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องยกความดีความชอบให้ 2 คน

คนแรกคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่กล่อมพรรคเศรษฐกิจไทยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กับกลุ่ม 16 จากพรรคเล็ก เสียจนอยู่หมัด

อีกคนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ไล่ดูดส.ส.ฝ่ายค้านย้ายขั้วเปลี่ยนข้างมาได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งยังทำให้ภูมิใจไทย ไต่ทะยานขึ้นมาเป็นพรรคใหญ่อันดับ 3 เต็มภาคภูมิ

สถานการณ์หลังจากนี้น่าจะช่วยให้พล.อ.ประยุทธ์อุ่นใจคลายวิตกกังวลได้มาก

โดยเฉพาะในจังหวะฝ่ายค้านเตรียมเดินเกมรุกไล่ต่อเนื่องด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 15 มิ.ย.นี้ เพื่อจะเคลียร์คิวไประเบิดศึกใหญ่กันอีกรอบราวต้นเดือน-กลางเดือนก.ค.

แต่ด้วยเสียงทิ้งห่างกัน 80 กว่าเสียง ฝ่ายค้านอาจต้องเร่งหาทางปรับหมากแก้เกมกันใหม่ จะอภิปรายก๊องๆ แก๊งๆ แล้วหวังพึ่งพรรคธรรมนัส หรือพรรคเล็กอีกคงไม่ได้แล้ว เพราะเห็นอยู่ว่าจุดยืนเป็นอย่างไร

ฝ่ายค้านต้องมีข้อมูลหมัดเด็ดจริงๆ เท่านั้น ถึงจะน็อกได้

หรืออีกทางหนึ่ง ถ้าน็อกไม่ได้ก็ต้องทุบให้เสียทรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ประชาชนรับไม้ต่อตอนลงคะแนนเลือกตั้ง

เพราะหากประเมินสถานการณ์ตอนนี้ มีแต่เสียงบริสุทธิ์ของประชาชนเท่านั้น ที่จะทำลายเครือข่ายอำนาจที่ร้อยรัดกันด้วยผลประโยชน์และ งบประมาณมากมายมหาศาล ให้ ล่มสลายได้

ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ยิ่งไม่ใช่พรรค ธรรมนัส แต่เป็นประชาชน

โดยมันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน