ระหว่างที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใกล้เผชิญศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้าย
ได้เกิดคำถามการเมืองแทรกซ้อนเข้ามาว่าจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ อันเป็นผลสืบเนื่องจากป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กรณีออกโฉนดที่ดินในเขตพื้นที่อุทยานฯ เขาใหญ่
กับนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กรณีไม่เบิกจ่ายเงินให้เอกชนเป็นค่ารถอเนกประสงค์สมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา
ทั้งสองกรณียังไม่มีคำตัดสินของศาลให้ถึงที่สุด แต่พล.อ.ประยุทธ์ ผู้นำรัฐบาล ควรตระหนักคิดได้เอง เพราะเคยตอบโต้เรื่องการรัฐประหารยึดอำนาจเสมอว่า เข้ามาเพื่อปราบทุจริตคอร์รัปชั่น
สิ่งนี้เป็นเพียงลมปากหรือไม่?
รัฐมนตรีทั้งสองอยู่ในกระทรวงสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางกนกวรรณ เป็นรมช.ศึกษาฯ อาจทำให้ครูผู้ใต้บังคับบัญชาลำบากใจในการอบรมสั่งสอนนักเรียนเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ คุณธรรมจริยธรรมพื้นฐานทั่วไป
การยอมให้รัฐมนตรีที่มีข้อด่างพร้อยอยู่ในตำแหน่งต่อไป ย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศ ประชาชน หรือแม้แต่รัฐบาลเอง
นางกนกวรรณถูกสื่อจี้ถามรายวันถึงกระแสกดดันให้แสดงสปิริตลาออก
เป็นปัญหาของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ
สิ่งที่คนเป็นผู้นำต้องทำคือการดำรงไว้ซึ่งธรรมาภิบาลและความถูกต้องในการบริหารราชการแผ่นดิน
โดยไม่สนใจหรืออุ้มชูรัฐมนตรีที่สังคมมีข้อครหาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส
ต้องไม่ปล่อยให้พรรคร่วมขี่คอ ต้องอย่าเห็นแก่หน้าใครเพียงเพราะเกรงจะกระทบต่อเสถียรภาพอำนาจของตัวเอง
การปรับครม.เป็นทางเลือกหนึ่ง ปรับออกแล้วพรรคร่วมก็เลือกเฟ้นคนตัวเองเข้ามาใหม่ ก็ไม่กระทบอะไร
การปกป้องอุ้มชูไว้ต่างหากที่จะทำให้นายกฯ และรัฐบาลตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้น
มันฯ มือเสือ