ยังต้องขออธิบายเนื้อหาต่อเนื่องจากประเด็นการเปิดนโยบาย 3 แกนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่หวังจะสร้างความฮือฮาถึงมันสมองที่เฉียบแหลม ขายนโยบายกลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย
น่าเสียดายที่ ‘แป้ก’ ไปเฉยๆ เหมือนคนไม่เชื่อว่าเกิดขึ้นได้จริง
ที่ก่อนหน้านี้พูดถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานประเทศไปแล้วว่ามีปัญหาต่อกระบวนการคิดอย่างไร
ทั้งเรื่องความล่าช้า ไม่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ และประชาชนที่ได้รับประโยชน์ ที่เกิดปัญหาจนถูกตั้งคำถามว่าทั้งหมดที่ทำ ให้ความสำคัญกับนายทุน หรือประชาชนกันแน่
ยังมีอีก 2 แกนนั่นก็คือเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าใกล้จะมีผู้ลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ซึ่งจะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างอนาคตคนไทย ตลอดจนสามารถใช้รถไฟฟ้าราคาถูกได้
เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่!???
เพราะก็มีคำถามต่างๆ ไม่ว่าจะเอาอะไรจูงใจให้ทุนต่างชาติมาลงทุน มีสิทธิพิเศษแบบลดแลกแจกแถมหรือไม่
แล้วจะส่งผลดีกับอุตสาหกรรมรถยนต์อีวีในประเทศอย่างไร เพราะก่อนนี้ก็ไม่เคยมีการสนับสนุนใดๆ จากภาครัฐอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน
หากจำกันได้เรื่องนี้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็เคยอภิปรายเตือนไว้ แต่ก็ไม่มีคำตอบ
มาตอนนี้กลับบอกจะเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์อีวี อะไรทำให้ตาลปัตรได้เช่นนี้
เอาล่ะหากต้องการทำเช่นนั้นจริง ก็ต้องมีแผนรองรับให้ได้เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบกระแสไฟที่ต้องรื้อกันใหม่
การตั้งจุดบริการชาร์จครอบคลุมทุกภาค เพื่อรองรับการเดินทางไกล
ยังมีเรื่องการบริหารจัดการขยะสารเคมีที่ต้องเกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมดังกล่าว ที่ก็ไม่บอกว่าจะทำอย่างไร
และอย่าลืมว่ามรดกคสช.อย่างหนึ่งก็คือยกเลิกเรื่องผังเมือง ทำให้โรงงานขยะสารพิษผุดขึ้นยังกับดอกเห็ด
หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ย่อมส่งผลให้ประชาชนตายผ่อนส่ง
และน่ากังวลว่าครั้งนี้จะไม่ต่างกัน!!
จึงไม่แปลกว่าทำไมแผนงานที่นำเสนอไม่ว้าว ไม่เข้าตา เพราะมันกลวงๆ ไม่น่าเชื่อถือ
ยังมีอีกแกนในเรื่องของธนาคาร ที่จะมาอธิบายต่อในครั้งถัดไป
ว่าทำไมไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน
รุก กลางกระดาน